วิธีการปลูกแคนตาลูป แอปเปิ้ล
ต้นแข็งแรง แตกแขนงดี ติดผลดก ผลคล้ายลูกแอปเปิ้ล เนื้อสีเขียวอมขาว ความหวาน 13-15 บริกซ์ ขั้วเหนียวไม่หลุดง่าย
ค้นหาวิธีการปลูกพืช เทคนิคการเพาะกล้า การใส่ปุ๋ย และการดูแลรักษาผลผลิตตราตะวันต้นกล้า
ต้นแข็งแรง แตกแขนงดี ติดผลดก ผลคล้ายลูกแอปเปิ้ล เนื้อสีเขียวอมขาว ความหวาน 13-15 บริกซ์ ขั้วเหนียวไม่หลุดง่าย
การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ -ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 20-30 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 1-1.2 เมตร สำหรับปลูกแถวคู่ ระยะห่างระหว่างแถวปลูก 80 เซนติเมตร ระยะระหว่างต้น 40-50 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างแปลงประมาณ 1.5-2 เมตร โดยมีความยาวตามขนาดของพื้นที่ คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน การเพาะเมล็ด แช่ด้วยน้ำอุ่น 4-6 ชั่วโมง นำผ้าชุบน้ำและบิดให้หมาด แล้วนำเมล็ดมาห่อในผ้าที่เตรียมไว้ นำผ้าที่ห่อเมล็ดไปใส่ในกระติก หรือกล่องถนอมอาหาร ปิดฝา วางไว้ในอุณหภูมิห้อง 18-20 ชั่วโมง (ถ้าฤดูหนาวต้องนำไปตากแดด) หลังจากรากงอก 0.5 ซม. นำไปหยอดในถาดเพาะที่เตรียมไว้ โดยหยอดหลุมละ 1 เมล็ด (ควรใช้พีทมอสสำหรับเพาะกล้าโดยเฉพาะ) การดูแลรักษาควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้พีทมอสแห้ง ได้รับแสงแดดเพียงพอ ควบคุมดูแลเรื่องโรคและแมลงที่จะมารบกวน การย้ายปลูก เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ 8-10 วัน หรือมีใบจริง 1-2 ใบ ให้ย้ายลงแปลงปลูก โดยก่อนย้ายลงแปลง ต้องให้น้ำในแปลงปลูกอย่างเพียงพอ ไม่แห้งหรือแฉะเกินไป (แนะนำให้ย้ายในช่วงเย็นเพื่อให้ต้นกล้าฟื้นตัวในช่วงกลางคืน) การให้ปุ๋ย ปุ๋ยสูตร15-0-0 + 15-15-15 ในอัตราส่วน 1:1 ช่วงอายุ 15 วันปริมาณ 1-2 กรัม/ต้น ใช้บำรุงต้นและใบ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ช่วงอายุ 25 วัน ในปริมาณ 2 กรัม/ต้น ปุ๋ยสูตร 13-13-21 ช่วงอายุ 40 วัน ขึ้นไป ปริมาณ 2 กรัม/ต้น ขยายผล และเพิ่มความหวาน (แนะนำให้ฉีดพ่นแคมเซียมโบรอน ทุก5-7วัน) การเก็บเกี่ยว นับอายุตั้งแต่หยอดเมล็ดประมาณ 60-65 วัน สังเกตรอยแตกปริของขั้วผล สังเกตจากสีผิว ถ้าเป็นพันธุ์ผิวเรียบ ผิวจะเป็นมันเรียบสีนวลตามสายพันธุ์ แต่ถ้าเป็นพันธุ์ที่มีตาข่าย จะสังเกตเห็นตาข่าย นูนเด่นชัดเจน สังเกตจากกลิ่น ถ้าเป็นแคนตาลูปพันธุ์ที่มีกลิ่นหอม ถ้าสุกกลิ่นจะเริ่มหอม
ผลรียาว ผลสีครีม ผลแก่ขึ้นลาย เนื้อสีส้ม กรอบ ความหวาน 14-16 บริกซ์ น้ำหนัก 1.8-2.5 กก./ผล
ผลกลมสูง ผิวสีครีม ผลแก่ขึ้นลาย เนื้อสีส้ม กรอบ ความหวาน 13-15 บริกซ์ น้ำหนัก 1.8-2.0 กก./ผล
ผลกลมรี ผิวสีเหลือง ขั้วยาวและเหนียว เนื้อสีส้ม รสชาติหวานกรอบ อร่อย มีกลิ่นหอม แข็งแรง ความหวาน 13-15 บริกซ์ น้ำหนักผล 1.5-2.0 กก.
ผลกลมรี ผิวสีเหลือง ขั้วยาวและเหนียว เนื้อสีขาวอมเขียว รสชาติหวานกรอบ มีกลิ่นหอม แข็งแรง ความหวาน 13-15 บริกซ์ น้ำหนักผล 1.5-2.0 กก.
ลักษณะผิวตาข่าย สีครีม เนื้อสีเขียว มีความหวาน 14-16 บริกซ์ น้ำหนัก 1.8-2.5 กก. ต่อผล ทนทานต่อโรคไวรัส และโรคราน้ำค้างได้ดี
ผลกลมรีสีขาวครีม ขั้วเหนียว ติดผลง่ายสม่ำเสมอ เนื้อหนาสีส้ม หวานกรอบ มีกลิ่นหอม ความหวาน 14-17 บริกซ์ น้ำหนัก 1.5-2.0 กก. ปลูกได้ตลอดปี สามารถเก็บผลผลิตได้นาน
แคนตาลูปมีลักษณะไกล้เคียงกับแตงไทยมากแต่เนื้อและกลิ่นร่วมถึงรสชาติจะต่างกันชาวบ้านจึงนิยมเรียกกันในชื่อแตงเทศนั้นเอง นอกจากความอร่อยหอมหวานแล้ว ยังมีสรรพคุณและโประโยชน์อีกมากมายอีกด้วยมาดูกันครับว่าเพราะอะไรสาวๆและเด็กๆจึงนิยมหาซื้อมารับประทานกัน
น้ำแคนตาลูป นอกจากดื่มแก้กระหายคลายร้อน ช่วงเดือนเมษายนได้อย่างดีแล้ว ยังช่วยลดไข้ เพราะแคนตาลูปเป็นผลไม้เย็น ส่วนน้ำตาลและเอ็นไซม์ที่มีอยู่ในแคนตาลูป ยังช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการอักเสบของลำไส้ และบรรเทาอาการท้องปั่นป่วนจากการรับประทานอาหารไม่ตรงตามเวลาได้ค่ะ
แคนตาลูป เป็นพืชที่ชอบ อากาศอบอุ่นถึงร้อน อุณหภูมิที่เหมาะสม สำหรับการเจริญเติบโต อยู่ระหว่าง 25-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิที่เหมาะสำหรับ การงอกของราก แคนตาลูป อยู่ระหว่าง 25-30 องศาเซลเซียส
รวบรวมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร เทคนิคการเพาะเมล็ดพันธุ์ และการเพิ่มผลผลิต บริษัท แอ๊ดว้านซ์ซีดส์ จำกัด