“Yellow Emperor”
Golden fruits are well known as the fruit of luck and fortune of Thai-Chinese people including foreigners of Chinese descent.
ค้นหาวิธีการปลูกพืช เทคนิคการเพาะกล้า การใส่ปุ๋ย และการดูแลรักษาผลผลิตตราตะวันต้นกล้า
Golden fruits are well known as the fruit of luck and fortune of Thai-Chinese people including foreigners of Chinese descent.
ต้นแข็งแรง แตกแขนงดี ทรงพุ่มใหญ่ ติดผลดกและสม่ำเสมอ ผลชูเหนือทรงพุ่ม ผลดิบสีเขียว ผลสุกสีแดงสด ผลมันวาว ยาว 8-9 ซม.
Luffa is local vegetable which can be cooked as several kind of foods such as stir-fried luffa with eggs or shrimps, soup and curry.
Product features : - High yield - Shiny green fruits with white stripes - Good flavor & Excellent texture - Wide adaptation, all year round planting
Dual purposes 👉High yield, 👉Heat setting, 👉Tolerant to diseases, 👍Fruit weight 90-110 g, 👍Maturity 70-75 days after transplant
ทานตะวันเพาะงอก จากการเพาะเมล็ดนั้นไม่ยุ่งยาก ลงทุนต่ำ ใช้เวลาไม่นาน ก็สามารถเก็บเกี่ยวมารับประทานได้ภายในระยะเวลาเพียง 7 วันโดยประมาณ
ดอกเทียนมีลักษณะดอกซ้อน สีสด ทรงพุ่มแน่น เหมาะสำหรับเป็นไม้ประดับ ปลูกง่าย โตเร็ว สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี
ผลกลมทรงรี เปลือกสีเหลือง เนื้อสีแดง เนื้อแข็งกรอบ ความหวาน 13-15 บริกซ์ ขนาดผล 4-6 กก.
ผลทรงยาวรี เปลือกสีเหลืองทอง เนื้อสีแดง กรอบอร่อย น้ำหนัก 3-5 กก. ความหวาน 12-14 บริกซ์ ทนทานต่ิโรคและแมลงได้ดี
ลักษณะดอกสีเหลืองเข้ม ดอกดก ทรงต้นเป็นไม้พุ่ม สามารถแตกพุ่มได้อย่างต่อเนื่องนานเป็นปี เมล็ดเหมาะสำหรับลงกระถาง หรือประดับลงแปลง สามารถปลูกได้ทุกฤดูกาล ควรมีการเด็ดยอดเพื่อให้แตกทรงพุ่มแน่น เมื่อต้นมีใบจริงประมาณ 6 ใบ
เทคนิคการปลูกผักชี รสทิพย์
ผลสีเขียวนวล ทรงกระบอก ทางน้ำสลับหยดเทียนสวย ความยาวผล 38-42 ซม. ติดผลดก เนื้อแน่น น้ำหนักดี ลำต้นใหญ่แข็งแรง ทนทานโรคราน้ำค้างได้ดี ปลูกได้ตลอดปี
ลูกใหญ่พิเศษ ผลทรงกลมรี ผิวสีเขียวเข้ม ลายดำชัดเจน เนื้อแดงเข้ม แน่นกรอบ ไส้ไม่ล้มง่าย เปลือกบาง แต่แข็งแรง น้ำหนักผล 6-8 กก. ความหวาน 12-14 บริกซ์ ทนต่อการขนส่ง ปลูกได้ตลอดปี
ลักษณะผลสีเขียวอ่อน ทรงกระบอกยาว 25-30 ซม. เนื้อหนาไส้ตัน น้ำหนักต่อผล 0.8-1.0 กก. ติดผลดกมาก เก็บเกี่ยวผลผลิตได้เร็ว ต้านทานโรคพืชได้ดี
ลักษณะดอกเป็นช่อสีม่วง ช่อยาวประมาณ 20-25 ซม. อายุออกดอกประมาณ 30 วัน หลังย้ายปลูกลงแปลง ช่อดอกคงทน และออกดอกต่อเนื่องนานหลายสัปดาห์ ปลูกได้ทุกฤดูกาล ทนต่อสภาพอากาศร้อนและฝนได้ดี ควรมีการเด็ดยอด เพื่อให้ทรงพุ่มแน่น
ลักษณะผลสีเขียวอ่อน ทรงกระบอกยาว 30-350 ซม. เนื้อหนา ไส้ตัน น้ำหนักต่อผล 1.0-1.5 กก. ติดผลดกมาก เก็บผลผลิตได้ ทั้งผลอ่อนและผลแก่ ลำต้นแข็งแรง
ดอกบานชื่นดอกสีส้ม เป็นพืชที่มีความแข็งแรง ทนต่อสภาพอากาศร้อน และแล้งได้ดี ซึ่งปลูกได้ทุกฤดูกาล ออกดอกต่อเนื่องได้นานหลายสัปดาห์ เริ่มออกดอกเมื่ออายุประมาณ 50 วัน และควรมีการเด็ดยอด เพื่อให้ทรงพุ่มแน่น เมื่อต้นมีใบจริง 6 ใบ หรือ 3 คู่ใบ
เป็นพืชที่มีความแข็งแรง ทนต่อสภาพอากาศร้อน และแล้งได้ดี ซึ่งปลูกได้ทุกฤดูกาล ออกดอกต่อเนื่องได้นานหลายสัปดาห์ และควรมีการเด็ดยอด เพื่อให้ทรงพุ่มแน่น เมื่อต้นมีใบจริง 6 ใบ หรือ 3 คู่ใบ
ดอกคละสี ก้านดอกยาว ลักษณะกลีบดอกมีชั้นเดียว ปลูกง่าย ออกดอกเร็ว ดอกดก ออกต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ทรงพุ่มสูง ประมาณ 50-70 ซม. ปลูกได้ทุกฤดูกาล และควรมีการเด็ดยอดเพื่อให้ทรงพุ่มแน่น เมื่อต้นมีใบจริง ประมาณ 6 คู่ใบ
ดอกมีสีเหลืองทอง ขนาดดอก 14-15 ซม. ลำต้นแข็งแรง ต้นสูงประมาณ 25-30 ซม. เหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้กระถาง
ดอกสีเหลือง ขนาดดอกประมาณ 6 ซม. เริ่มออกดอกเมื่ออายุประมาณ 60 วันหลังหยอดเมล็ด ดอกบานอยู่เป็นเวลาหลายวัน ขนาดทรงพุ่มประมาณ 25-30 ซม. ปลูกได้ทุกฤดูกาล และควรมีการเด็ดยอด เพื่อให้ทรงพุ่มแน่น เมื่อต้นมีใบจริง 6 ใบ
ดอกสีส้ม ขนาดดอก 6 ซม. เริ่มออกดอกเมื่ออายุประมาณ 60 วันหลังหยอดเมล็ด ดอกบานอยู่เป็นเวลาหลายวัน ขนาดทรงพุ่ม 25-30 ซม. ปลูกได้ทุกฤดู ควรมีการเด็ดยอด เพื่อให้ทรงพุ่มแน่น เมื่อต้นกล้ามีใบจริง 6 ใบ
ดอกสีแดงขอบเหลือง ขนาดดอก 6 ซม. เริ่มออกดอกเมื่ออายุ 60 วันหลังหยอดเมล็ด ดอกบานเป็นเวลาหลายวัน ขนาดทรงพุ่ม 25-30 ซม. ปลูกได้ทุกฤดู ควรมีการเด็ดยอดเพื่อให้ทรงพุ่มแน่น เมื่อต้นกล้ามีใบจริง 6 ใบ
ดอกสีแดงน้ำหมาก ขนาดดอกประมาณ 6 ซม. เริ่มออกดอกเมื่ออายุประมาณ 60 วันหลังหยอดเมล็ด ดอกบานอยู่เป็นเวลานานหลายวัน ขนาดทรงพุ่มประมาณ 25-30 ซม. ปลูกได้ทุกฤดูกาล และควรมีการเด็ดยอดเพื่อให้ทรงพุ่มแน่น เมื่อต้นมีใบจริง 3 คู่ใบ
ดอกหลายสีคละกัน ช่อดอกย่อยมีการเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ต้นเตี้ย ออกดอกเร็ว ในฤดูหนาวจะออกดอกเร็วกว่าปกติ เนื่องจากเป็นวันสั้น ทนต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี
ผลกลมผิวตาข่ายละเอียด เนื้อสีเขียว กลิ่นหอมหวาน ความหวาน 12-15 บริกซ์ น้ำหนัก 2-3 กก.
ลักษณะช่อดอกสีแดงสด ก้านช่อดอกยาวประมาณ 15-20 ซม. ออกดอกได้ดีในฤดูหนาว ชอบแสงแดดแบบร่มรำไร ทรงพุ่มสูง ประมาณ 30 ซม. ออกดอกได้นานหลายสัปดาห์ และควรมีการเด็ดยอด เพื่อให้ทรงพุ่มแน่น
ลักษณะดอกหลากหลายสี ทนสภาพอากาศร้อนได้ดี ปลูกได้ทุกฤดูกาล ทรงต้นกระทัดรัด ต้นสูงประมาณ 10-20 ซม. เริ่มออกดอกประมาณ 30 วัน หลังย้ายปลูกลงแปลง ออกดอกนานหลายสัปดาห์หลังดอกบานเต็มที่
ดอกมีหลายสี ดอกมีสีสดและอยู่ได้นาน นิยมปลูกประดับ ตกแต่งสวน ต้นสูงประมาณ 20-32 ซม. ออกดอกหลังย้ายปลูก 50-60 วัน
ดอกมีขนาดใหญ่ หลากสี ขนาดดอก 8-12 ซม. ออกดอกเป็นเวลานานประมาณ 1 เดือน ต้นสูง 1.50 เมตร ปลูกได้ตลอดปี ออกดอกเมื่อ 100-120 วัน หลังย้ายปลูก
ดอกมีขนาดใหญ่ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับรั้ว ดอกบานในตอนเช้า และจะหุบในตอนบ่าย
ดอกสวยงามหลากหลายสี ทนต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี เหมาะปลูกเป็นไม้กระถาง ออกดอกสม่ำเสมอ
ดอกกลมสีแดงสด ขนาดประมาณ 3 ซม. ทรงต้นสูง ประมาณ 75 ซม. เหมาะสำหรับเป็นไม้ตัดดอก ปลูกประดับแปลง และทำดอกไม้แห้ง ทนกับสภาพอากาศร้อนได้ดี ไม่ชอบน้ำมากจนเกินไป
ดอกบานชื่นดอกสีชมพูอมแดง เป็นพืชที่มีความแข็งแรง ทนต่อสภาพอากาศร้อน และแล้งได้ดี ซึ่งปลูกได้ทุกฤดูกาล ออกดอกต่อเนื่องได้นานหลายสัปดาห์ และควรเด็ดยอดเพื่อให้ทรงพุ่มแน่น เมื่อต้นมีใบจริง 6 ใบ หรือ 3 คู่ใบ
ดอกผีเสื้อ มีดอกหลายสี ปลูกง่าย เหมาะในการทำเป็นไม้กระถาง หรือไม้ถุง ดอกมีชั้นเดียว สีสดใส กลีบดอก เป็นหยักคล้ายปีกผีเสื้อ ต้นสูง 18-20 ซม.
ดอกสีขาว ตาดอกใหญ่สีชมพู ดอกดก ออกดอกนานหลายสัปดาห์ แตกพุ่มได้เรื่อยๆ ทนต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี ไม่ชอบน้ำขัง และชื้นมาก ควรเด็ดยอดเพื่อให้แตกทรงพุ่มแน่น เมื่อต้นมีใบจริง 3 คู่ใบ
ดอกสีม่วงแดง ตาดอกสีขาว ดอกดก ออกดอกต่อเนื่องนานหลายสัปดาห์ แตกพุ่มได้เรื่อย ๆ ทนต่อสภาพอากาศร้อนได้ดีมาก ไม่ชอบน้ำขังและชื้นมาก ควรมีการเด็ดยอดเพิ่อให้แตกทรงพุ่มแน่น เมื่อต้นกล้ามีใบจริงประมาณ 3 คู่ใบ
เหมาะมากในการทำเป็นรไม้กระถาง รับประทานได้ มีรสเผ็ดเล็กน้อย ผลชูขึ้นเหนือทรงพุ่ม มีสีสวย หลากสี ผลผลิตดก คงทนต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ทนต่อสภาพอากาศร้อนและแล้งได้ดี
เหมาะมากในการทำเป็นไม้กระถาง ต้นเล็กรับประทานได้ มีรสเผ็ดเล็กน้อย ผลดกชูขึ้นเหนือทรงพุ่ม ผลมีสีสวย ติดเป็นเวลานาน ทนต่อสภาพอากาศร้อนและแล้งได้ดี
ต้นแข็งแรง แตกแขนงดี ติดผลดก ผลคล้ายลูกแอปเปิ้ล เนื้อสีเขียวอมขาว ความหวาน 13-15 บริกซ์ ขั้วเหนียวไม่หลุดง่าย
ถั่วเนื้อเมล็ดแดง ปลายฝักสีม่วง ความยาวฝัก 45-50 ซม.
ผลทรงยาวรี ผิวสีส้มเข้มลายขาว รสชาติหวานนุ่ม มีกลิ่นหอม แข็งแรง ทนโรค ขนาดผล 3-4 กก.
ฝักใหญ่ เหนียวนุ่ม
ฝักใหญ่ รสชาติดี
ผักโขม เบตง
ถั่วพู จอมทอง
กอใหญ่ ต้นขาว ใบใหญ่หนา ทนร้อน น้ำหนักดี
ผักกาดหอม กรีนเฟรช
เป็นพันธุ์ถั่วที่ไม่ต้องใช้ค้าง แตกกิ่งแขนงมาก ติดฝักดก รสชาติดี กรอบอร่อย ฝักยาว 30-35 ซม. ปลูกได้ตลอดปี
ต้นใหญ่ กาบใบใหญ่ ใบหยิก เติบโตเร็ว สามารถปลูกได้ตลอดปี
ให้ผลผลิตเร็ว ผลอ่อนสีเขียวเข้ม ผิวเรียบเป็นมัน ผลสุกสีแดงเข้ม ผลยาว 1.5-2.0 ซม. ลำต้นแข็งแรง ขนาดปานกลาง เก็บผลต่อเนื่องได้นาน 8 เดือน
ผลกลม สีเขียวอ่อน ติดผลดก รสชาติดี เนื้อกรอบ
มะเขือไข่เต่าม่วงรี ชมพูนุช
มะเขือม่วงลิง หยกม่วง
ผลกลม ผิวสีส้มเข้มมีลายขาว เนื้อส้ม รสชาติหวานนุ่ม มีกลิ่นหอม แข็งแรง ทนโรค ขนาดผล 2-3 กก.
ข้าวโพดข้าวเหนียวคัดพิเศษ ฝักใหญ่ทรงกระบอกสวย เมล็ดสีขาวนวล แกนฝักเล็ก เหนียวนุ่ม รสชาติดี ให้ผลผลิตสูง ลำต้นตรงแข็งแรง ทนทุกสภาพแวดล้อม ต้านทานโรคและแมลงได้ดี
เป็นถั่วพันธุ์คัดพิเศษ ลำต้นแข็งแรง ติดฝักดก สีเขียวสด เนื้อหนากรอบ รสชาติดี ไม่เป็นหางหนู ฝักยาว 60-65 ซม.
ถั่วเนื้อเมล็ดสีขาว ต้นแข็งแรง ฝักสีเขียวอ่อน รสชาติดี ติดฝักดก ให้ผลผลิตต่อไร่สูง ฝักยาว 55-60 ซม.
ถั่วเส้นเมล็ดสีดำ ฝักยาว สีเขียวสด ติดดกมาก แข็งแรง ต้านทานโรคได้ดี ฝักยาว 55-60 ซม.
เทคนิคการปลูกผักกาดเขียว เขียวสร้อยทอง
ผักกาดเขียวปลี ซุปเปอร์กรีน
มะเขือตอแหล นาธาน
กระเพราม่วง
เทคนิคการปลูกพริก ช่อระกา
เทนนิคการปลูกพริกมันดำ ดาร์กฮอท
เทคนิคการปลูกพริกหนุ่ม กรีนฮอท
เทคนิคการปลูกพริกหนุ่ม ไวท์ฮอท
เทคนิคการปลูกพริกหยวก ขาวหยวก
เทคนิคการปลูกพริก แซ่บจัง
เทคนิคการปลูกผักชีลาว ลาวตาร์
เทคนิคการปลูกหอมแบ่ง โอทอป
เทคนิคการปลูกผักชีฝรั่ง ใบเลื่อย
ผลมีสีเขียวอ่อน ทนโรค ต้นสูงใหญ่ ไม่มีหนาม ปลูกง่าย โตเร็ว ดูแลรักษาง่าย ให้ผลผลิตสูง เก็บผลผลิตได้นาน
เทคนิคการปลูกมะเขือยาว แบล็คแจ็ค
เทคนิคการปลูกมะระ ขุนอินทร์
เทคนิคการปลูมะเขือเปราะ เปตอง
เทคนิคการปลูกมะเขือเปราะ จาวบรรพต
เทคนิคการปลูกมะเขือเปราะ น้องกบ
การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ -ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 20-30 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 1-2 เมตร ระยะห่างระหว่างแปลงปลูก 1-1.5 เมตร การปลูก หลังจากเตรียมดินแล้ว ให้หว่านเมล็ดให้ทั่วแปลงปลูก เมื่ออายุได้ 20 วัน ให้ทำการถอนแยกต้นโดยใช้ระยะระหว่างต้น และระหว่างแถว 30*30 เซนติเมตร การให้ปุ๋ย เมื่อต้นกระเพราอายุ 25 วัน ให้ใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หว่านรอบๆโคนต้น อัตรา 30 กก/ไร่ แล้วรดน้ำให้ชุ่มจนปุ๋ยละลายหมด การเก็บเกี่ยว แมงลักสามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 30-35 วัน และสามารถเก็บได้ทุก 10-15 วัน ตลอดอายุ 5-6 เดือน
การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ -ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 20-30 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 1-2 เมตร ระยะห่างระหว่างแปลงปลูก 1-1.5 เมตร การปลูก หลังจากเตรียมดินแล้ว ให้หว่านเมล็ดให้ทั่วแปลงปลูก เมื่ออายุได้ 20 วัน ให้ทำการถอนแยกต้นโดยใช้ระยะระหว่างต้น และระหว่างแถว 30*30 เซนติเมตร การให้ปุ๋ย เมื่อต้นกระเพราอายุ 25 วัน ให้ใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หว่านรอบๆโคนต้น อัตรา 30 กก/ไร่ แล้วรดน้ำให้ชุ่มจนปุ๋ยละลายหมด การเก็บเกี่ยว โหระพาสามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 30-35 วัน และสามารถเก็บได้ทุก 10-15 วัน ตลอดอายุ 5-6 เดือน
การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ -ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 20-30 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 1-2 เมตร ระยะห่างระหว่างแปลงปลูก 1-1.5 เมตร การปลูก หลังจากเตรียมดินแล้ว ให้หว่านเมล็ดให้ทั่วแปลงปลูก เมื่ออายุได้ 20 วัน ให้ทำการถอนแยกต้นโดยใช้ระยะระหว่างต้น และระหว่างแถว 30*30 เซนติเมตร การให้ปุ๋ย เมื่อต้นกระเพราอายุ 25 วัน ให้ใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หว่านรอบๆโคนต้น อัตรา 30 กก/ไร่ แล้วรดน้ำให้ชุ่มจนปุ๋ยละลายหมด การเก็บเกี่ยว กระเพราสามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 30-35 วัน และสามารถเก็บได้ทุก 10-15 วัน ตลอดอายุ 5-6 เดือน
ฝักเรียวยาว มีห้าเหลี่ยม ผิวสีเขียวอ่อน ทนต่อโรคไวรัสได้ดี ปลูกได้ตลอดทั้งปี
ใบเรียวแหลม ไม่มีหูใบ ลำต้นอวบหนา ไม่ล้มง่าย น้ำหนักดี ทนต่อโรคราสนิมขาวได้ดี
ต้นใหญ่ ใบหนา ข้อถี่ เจริญเติบโตได้เร็ว ก้านใบชูขึ้นไม่หักง่าย น้ำหนักดี ปลูกได้ตลอดปี
เทคนิคการปลูกผักกาดฮ่องเต้ เชียงตุง
หัวใหญ่ยาว ผิวสีขาวนวล เนื้อแน่น รสชาติดี เจริญเติบโตเร็ว ลงสม่ำเสมอ สามารถปลูกได้ทุกสภาพพื้นที่
กอใหญ่ ออกฉัตรช้า ใบหยิกหนา น้ำหนักดี ใบเหนียว ไม่กรอบ ปลูกได้ตลอดปี
เติบโตเร็ว แข็งแรง สีเขียวอ่อน ทรงหัวสูง ห่อหัวแน่น ต้านทานโรคได้ดี น้ำหนัก 1.0-1.2 กก. ทนทานต่อการขนส่ง
เทคนิคการปลูกดอกทานตะวัน บิ๊กซัน
ต้นใหญ่สีเขียวอ่อน ใบสีเขียว ช่อดอกใหญ่ ออกเป็นกลุ่มสม่ำเสมอ น้ำหนักดี โตเร็ว ปลูกได้ตลอดทั้งปี
ดอกใหญ่กลม เนื้อแน่น สีขาวครีม นูน เก็บเกี่ยวได้พร้อมกัน ใบใหญ่ห่อหุ้มดอกได้ดี น้ำหนัก 600-700 กรัม ปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมได้ดี
ใบหนา ห่อหัวแน่น หัวกลมแบน สีเขียวสด การเรียงตัวของใบสวย รสชาติหวานกรอบ ทนโรค ทนร้อน ทนฝนได้ดี น้ำหนัก 1.2-2.0 กก.
กอใหญ่ ใบหนา ก้านใบยาว เจริญเติบโตได้เร็ว ไม่แตกแขนง ออกดอกช้า น้ำหนักดี ปลูกได้ตลอดทั้งปี
การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ -ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 20-30 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 80 เซนติเมตร สำหรับปลูกแถวเดี่ยว ระยะห่างระหว่างแปลงปลูก 1-1.5 เมตร ระยะระหว่างต้น 1-1.2 เมตร คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน การเพาะเมล็ด เตรียมวัสดุเพาะกล้าใส่ถาดหลุม หยอดเมล็ดลงหลุมได้เลย หลุมละ 1 เมล็ด (ควรใช้พีทมอสสำหรับเพาะกล้าโดยเฉพาะ) การดูแลรักษาควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้พีทมอสแห้ง ได้รับแสงแดดเพียงพอ ควบคุมดูแลเรื่องโรคและแมลงที่จะมารบกวน การย้ายปลูก เมื่อต้นกล้าหรืออายุ 8-10 วัน หรือมีใบจริง2ใบ ให้ย้ายลงแปลงปลูก โดยก่อนย้ายลงแปลง ต้องให้น้ำในแปลงปลูกอย่างเพียงพอ ไม่แห้งหรือแฉะเกินไป (แนะนำให้ย้ายในช่วงเย็นเพื่อให้ต้นกล้าฟื้นตัวในช่วงกลางคืน) **หลังย้ายปลูก 7 วัน ควรรีบทำค้างให้ต้นเลื้อยขึ้น การให้ปุ๋ย ปุ๋ยสูตร 25-7-7 เริ่มให้เมื่ออายุได้15วัน อัตรา15-20กก./ไร่ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในระยะก่อนออกดอก อัตรา 20-30 กก./ไร่ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 8-24-24 ในระยะที่แตงติดผล ควรใส่วันเว้นวัน อัตรา 20-30 กก./ไร่ การเก็บเกี่ยว ถั่วฝักยาวจะเริ่มเก็บผลผลิตอายุ 45 วัน หรือหลังดอกบาน 4-6 วัน ให้ทยอยเก็บเป็นระยะ ทุกๆ 1-2วัน
การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ -ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 20-30 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 80 เซนติเมตร สำหรับปลูกแถวเดี่ยว ระยะห่างระหว่างแปลงปลูก 1-1.5 เมตร ระยะระหว่างต้น 80-100 เซนติเมตร คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน การเพาะเมล็ด เตรียมดินสำหรับเพาะเมล็ด (ควรใช้พีทมอสสำหรับเพาะกล้าโดยเฉพาะ) นำพีทมอสใส่ถาดเพาะให้เต็มหลุม เหลือพื้นที่ปากหลุมไว้ประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร นำเมล็ดที่เตรียมไว้หยอดลงหลุมละ 1-2 เมล็ด เติมพีทมอสอีกครั้งให้เต็มหลุม อย่าให้แน่นเกินไป รดน้ำทุกวันเช้า-เย็น อย่าปล่อยให้พีทมอสแห้ง เมื่อได้4-5วัน เมล็ดจะเริ่มงอก และเมื่อายุ25วัน ถึงจะย้ายลงแปลงปลูก การย้ายปลูก เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ 25 วันให้ย้ายลงแปลงปลูก โดยก่อนย้ายลงแปลง ต้องให้น้ำในแปลงปลูกอย่างเพียงพอ ไม่แห้งหรือแฉะเกินไป (แนะนำให้ย้ายในช่วงเย็นเพื่อให้ต้นกล้าฟื้นตัวในช่วงกลางคืน) การให้ปุ๋ย ปุ๋ยสูตร 25-7-7 เริ่มให้เมื่อหลังย้ายปลูก 7-10วัน อัตรา 20 กก./ไร่ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เริ่มให้หลังจากให้ปุ๋ยครั้งแรก15วัน และให้ทุกๆ10วันครั้ง เมื่อเริ่มติดผลให้ผสมปุ๋ยสูตร 13-13-21 กับ 15-15-15 อัตราส่วน 1:1 อัตรา 20-30 กก./ไร่ การเก็บเกี่ยว มะเขือเทศจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ เมืออายุ 80-90 วัน หลังหยอดเมล็ด และต้องเก็บทุกๆ2-3วันครั้ง ข้อสำคัญในช่วงการเก็บเกี่ยวผลผลิตต้องให้น้ำและบำรุงปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอ และสามารถเก็บผลผลิตได้3-4เดือน นับจากหยอดเมล็ด
การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ -ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 20-30 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 80 เซนติเมตร สำหรับปลูกแถวเดี่ยว ระยะห่างระหว่างแปลงปลูก 1-1.5 เมตร ระยะระหว่างต้น 80-100 เซนติเมตร คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน การเพาะเมล็ด เตรียมดินสำหรับเพาะเมล็ด (ควรใช้พีทมอสสำหรับเพาะกล้าโดยเฉพาะ) 2. นำพีทมอสใส่ถาดเพาะให้เต็มหลุม เหลือพื้นที่ปากหลุมไว้ประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร นำเมล็ดที่เตรียมไว้หยอดลงหลุมละ 1-2 เมล็ด เติมพีทมอสอีกครั้งให้เต็มหลุม อย่าให้แน่นเกินไป รดน้ำทุกวันเช้า-เย็น อย่าปล่อยให้พีทมอสแห้ง เมื่อได้4-5วัน เมล็ดจะเริ่มงอก และเมื่อายุ25วัน ถึงจะย้ายลงแปลงปลูก การย้ายปลูก เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ 25 วันให้ย้ายลงแปลงปลูก โดยก่อนย้ายลงแปลง ต้องให้น้ำในแปลงปลูกอย่างเพียงพอ ไม่แห้งหรือแฉะเกินไป (แนะนำให้ย้ายในช่วงเย็นเพื่อให้ต้นกล้าฟื้นตัวในช่วงกลางคืน) การให้ปุ๋ย ปุ๋ยสูตร 25-7-7 เริ่มให้เมื่อหลังย้ายปลูก 7-10วัน อัตรา 20 กก./ไร่ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เริ่มให้หลังจากให้ปุ๋ยครั้งแรก15วัน และให้ทุกๆ10วันครั้ง เมื่อเริ่มติดผลให้ผสมปุ๋ยสูตร 13-13-21 กับ 15-15-15 อัตราส่วน 1:1 อัตรา 20-30 กก./ไร่ การเก็บเกี่ยว มะเขือเทศจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ เมืออายุ 80-90 วัน หลังหยอดเมล็ด และต้องเก็บทุกๆ2-3วันครั้ง ข้อสำคัญในช่วงการเก็บเกี่ยวผลผลิตต้องให้น้ำและบำรุงปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอ และสามารถเก็บผลผลิตได้3-4เดือน นับจากหยอดเมล็ด
การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ -ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 20-30 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 80 เซนติเมตร สำหรับปลูกแถวเดี่ยว ระยะห่างระหว่างแปลงปลูก 2-2.5 เมตร ระยะระหว่างต้น 1-1.5 เมตร คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน การเพาะเมล็ด แช่ด้วยน้ำอุ่น 4-6 ชั่วโมง นำผ้าชุบน้ำและบิดให้หมาด แล้วนำไปห่อเมล็ด นำผ้าที่ห่อเมล็ดไปอบในกระติก แล้วปิดฝา วางไว้ในอุณหภูมิห้อง (ถ้าฤดูหนาวต้องนำไปตากแดด) หลังจากรากงอก 0.5 เซนติเมตร นำไปหยอดในถาดเพาะที่เตรียมไว้ โดยหยอดหลุมละ 1 เมล็ด (ควรใช้พีทมอสสำหรับเพาะกล้าโดยเฉพาะ) การดูแลรักษาควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้พีทมอสแห้ง ได้รับแสงแดดเพียงพอ ควบคุมดูแลเรื่องโรคและแมลงที่จะมารบกวน การย้ายปลูก เมื่อต้นกล้าหรืออายุ 10-12 วัน หรือมีใบจริง2ใบ ให้ย้ายลงแปลงปลูก โดยก่อนย้ายลงแปลง ต้องให้น้ำในแปลงปลูกอย่างเพียงพอ ไม่แห้งหรือแฉะเกินไป (แนะนำให้ย้ายในช่วงเย็นเพื่อให้ต้นกล้าฟื้นตัวในช่วงกลางคืน) **หลังย้ายปลูก 7 วัน ควรรีบทำค้างให้ต้นเลื้อยขึ้น การให้ปุ๋ย ปุ๋ยสูตร 25-7-7 เริ่มให้เมื่อหลังย้ายปลูก 7-10วัน อัตรา 20 กก./ไร่ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เริ่มให้หลังจากให้ปุ๋ยครั้งแรก15วัน และให้ทุกๆ7วันครั้ง เมื่อเริ่มติดผลให้ผสมปุ๋ยสูตร 8-24-24 กับ 15-15-15 อัตราส่วน 1:1 อัตรา 20 กก./ไร่ . การเก็บเกี่ยว เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณ 45-50 วันหลังจากหยอดเมล็ด ควรเลือกเก็บเกี่ยวผลขณะที่ยังอ่อนอยู่ เนื้อผลอ่อนนุ่มได้ขนาดพอเหมาะ ควรเก็บเกี่ยวก่อนที่ผลเริ่มแข็งและพองออก ไม่ควรทิ้งให้ผลแก่คาติดต้น เพราจะทำให้ผลผลิตลดลง
การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ -ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 20-30 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 80 เซนติเมตร สำหรับปลูกแถวเดี่ยว ระยะห่างระหว่างแปลงปลูก 2-2.5 เมตร ระยะระหว่างต้น 1-1.5 เมตร คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน การเพาะเมล็ด แช่ด้วยน้ำอุ่น 4-6 ชั่วโมง นำผ้าชุบน้ำและบิดให้หมาด แล้วนำไปห่อเมล็ด นำผ้าที่ห่อเมล็ดไปอบในกระติก แล้วปิดฝา วางไว้ในอุณหภูมิห้อง (ถ้าฤดูหนาวต้องนำไปตากแดด) หลังจากรากงอก 0.5 เซนติเมตร นำไปหยอดในถาดเพาะที่เตรียมไว้ โดยหยอดหลุมละ 1 เมล็ด (ควรใช้พีทมอสสำหรับเพาะกล้าโดยเฉพาะ) การดูแลรักษาควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้พีทมอสแห้ง ได้รับแสงแดดเพียงพอ ควบคุมดูแลเรื่องโรคและแมลงที่จะมารบกวน การย้ายปลูก เมื่อต้นกล้าหรืออายุ 10-12 วัน หรือมีใบจริง2ใบ ให้ย้ายลงแปลงปลูก โดยก่อนย้ายลงแปลง ต้องให้น้ำในแปลงปลูกอย่างเพียงพอ ไม่แห้งหรือแฉะเกินไป (แนะนำให้ย้ายในช่วงเย็นเพื่อให้ต้นกล้าฟื้นตัวในช่วงกลางคืน) **หลังย้ายปลูก 7 วัน ควรรีบทำค้างให้ต้นเลื้อยขึ้น การให้ปุ๋ย ปุ๋ยสูตร 25-7-7 เริ่มให้เมื่อหลังย้ายปลูก 7-10วัน อัตรา 20 กก./ไร่ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เริ่มให้หลังจากให้ปุ๋ยครั้งแรก15วัน และให้ทุกๆ7วันครั้ง เมื่อเริ่มติดผลให้ผสมปุ๋ยสูตร 8-24-24 กับ 15-15-15 อัตราส่วน 1:1 อัตรา 20 กก./ไร่ . การเก็บเกี่ยว เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณ 45-50 วันหลังจากหยอดเมล็ด ควรเลือกเก็บเกี่ยวผลขณะที่ยังอ่อนอยู่ เนื้อผลอ่อนนุ่มได้ขนาดพอเหมาะ ควรเก็บเกี่ยวก่อนที่ผลเริ่มแข็งและพองออก ไม่ควรทิ้งให้ผลแก่คาติดต้น เพราจะทำให้ผลผลิตลดลง
การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1-2 ตัน/ไร่ -ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 20-30 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 80 เซนติเมตร สำหรับปลูกร่องเดี่ยว หรือยกร่องกว้าง 1-1.2 เมตร สำหรับปลูกร่องคู่ ระยะระหว่างต้น 80-100 ซนติเมตร ระหว่างแปลงประมาณ 4-6 มตร คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน การเพาะเมล็ด แช่ด้วยน้ำอุ่น 4-6 ชั่วโมง นำผ้าชุบน้ำและบิดให้หมาด แล้วนำไปห่อเมล็ด นำผ้าที่ห่อเมล็ดไปอบในกระติก แล้วปิดฝา วางไว้ในอุณหภูมิห้อง (ถ้าฤดูหนาวต้องนำไปตากแดด) หลังจากรากงอก 0.5 เซนติเมตร นำไปหยอดในถาดเพาะที่เตรียมไว้ โดยหยอดหลุมละ 1 เมล็ด (ควรใช้พีทมอสสำหรับเพาะกล้าโดยเฉพาะ) การดูแลรักษาควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้พีทมอสแห้ง ได้รับแสงแดดเพียงพอ ควบคุมดูแลเรื่องโรคและแมลงที่จะมารบกวน การย้ายปลูก เมื่อต้นกล้าหรืออายุ 10-12 วัน หรือมีใบจริง2ใบ ให้ย้ายลงแปลงปลูก โดยก่อนย้ายลงแปลง ต้องให้น้ำในแปลงปลูกอย่างเพียงพอ ไม่แห้งหรือแฉะเกินไป (แนะนำให้ย้ายในช่วงเย็นเพื่อให้ต้นกล้าฟื้นตัวในช่วงกลางคืน) การให้ปุ๋ย ปุ๋ยสูตร 25-7-7 เริ่มให้เมื่อหลังย้ายปลูก 7-10วัน อัตรา 20 กก./ไร่ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เริ่มให้หลังจากให้ปุ๋ยครั้งแรก15วัน และให้ทุกๆ7วันครั้ง เมื่อเริ่มติดผลให้ผสมปุ๋ยสูตร 8-24-24 กับ 15-15-15 อัตราส่วน 1:1 อัตรา 20 กก./ไร่ . การเก็บเกี่ยว หลังหยอดเมล็ดประมาณ 60-65 วัน สามารถสังเกตได้จากผล ลักษณะผลสีเขียวอ่อน ให้เลือกใช้มีดที่คมตัดที่ขั้วของผล โดยเก็บขั้วผลไว้ประมาณ 1 นิ้ว เพราะจะทำให้เก็บรักษาได้นานมากขึ้น
การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 ซม. ตากดินไว้ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ -ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 20-30 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 80 เซนติเมตร สำหรับปลูกแถวเดี่ยว ระยะห่างระหว่างแปลงปลูก 2-2.5 เมตร ระยะระหว่างต้น 1-1.5 เมตร คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน การเพาะเมล็ด แช่ด้วยน้ำอุ่น 4-6 ชั่วโมง นำผ้าชุบน้ำและบิดให้หมาด แล้วนำไปห่อเมล็ด นำผ้าที่ห่อเมล็ดไปอบในกระติก แล้วปิดฝา วางไว้ในอุณหภูมิห้อง (ถ้าฤดูหนาวต้องนำไปตากแดด) หลังจากรากงอก 0.5 เซนติเมตร นำไปหยอดในถาดเพาะที่เตรียมไว้ โดยหยอดหลุมละ 1 เมล็ด (ควรใช้พีทมอสสำหรับเพาะกล้าโดยเฉพาะ) การดูแลรักษาควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้พีทมอสแห้ง ได้รับแสงแดดเพียงพอ ควบคุมดูแลเรื่องโรคและแมลงที่จะมารบกวน การย้ายปลูก เมื่อต้นกล้าหรืออายุ 10-12 วัน หรือมีใบจริง2ใบ ให้ย้ายลงแปลงปลูก โดยก่อนย้ายลงแปลง ต้องให้น้ำในแปลงปลูกอย่างเพียงพอ ไม่แห้งหรือแฉะเกินไป (แนะนำให้ย้ายในช่วงเย็นเพื่อให้ต้นกล้าฟื้นตัวในช่วงกลางคืน) **หลังย้ายปลูก 7 วัน ควรรีบทำค้างให้ต้นเลื้อยขึ้น การให้ปุ๋ย ปุ๋ยสูตร 25-7-7 เริ่มให้เมื่อหลังย้ายปลูก 7-10วัน อัตรา 20 กก./ไร่ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เริ่มให้หลังจากให้ปุ๋ยครั้งแรก15วัน และให้ทุกๆ7วันครั้ง เมื่อเริ่มติดผลให้ผสมปุ๋ยสูตร 8-24-24 กับ 15-15-15 อัตราส่วน 1:1 อัตรา 20 กก./ไร่ . การเก็บเกี่ยว อายุการเก็บเกี่ยวของบวบหอมประมาณ 35-40 วันหลังจากหยอดเมล็ด ผลตรงทรงกระบอก สีเขียวอ่อน ผลยาว 25-30 เซนติเมตร รสชาติดี มีกลิ่นหอม เก็บเกี่ยวผลผลิตได้นาน
การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 ซม. ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ -ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 20-30 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 80 เซนติเมตร สำหรับปลูกแถวเดี่ยว ระยะห่างระหว่างแปลงปลูก 2-2.5 เมตร ระยะระหว่างต้น 1-1.5 เมตร คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 ซม. ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ -ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 20-30 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 80 เซนติเมตร สำหรับปลูกแถวเดี่ยว ระยะห่างระหว่างแปลงปลูก 2-2.5 เมตร ระยะระหว่างต้น 1-1.5 เมตร คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน การย้ายปลูก เมื่อต้นกล้าหรืออายุ 10-12 วัน หรือมีใบจริง2ใบ ให้ย้ายลงแปลงปลูก โดยก่อนย้ายลงแปลง ต้องให้น้ำในแปลงปลูกอย่างเพียงพอ ไม่แห้งหรือแฉะเกินไป (แนะนำให้ย้ายในช่วงเย็นเพื่อให้ต้นกล้าฟื้นตัวในช่วงกลางคืน) **หลังย้ายปลูก 7 วัน ควรรีบทำค้างให้ต้นเลื้อยขึ้น การให้ปุ๋ย ปุ๋ยสูตร 25-7-7 เริ่มให้เมื่อหลังย้ายปลูก 7-10วัน อัตรา 20 กก./ไร่ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เริ่มให้หลังจากให้ปุ๋ยครั้งแรก15วัน และให้ทุกๆ7วันครั้ง เมื่อเริ่มติดผลให้ผสมปุ๋ยสูตร 8-24-24 กับ 15-15-15 อัตราส่วน 1:1 อัตรา 20 กก./ไร่ . การเก็บเกี่ยว เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณ 45-50 วันหลังจากหยอดเมล็ด ควรเลือกเก็บเกี่ยวผลขณะที่ยังอ่อนอยู่ เนื้อผลอ่อนนุ่มได้ขนาดพอเหมาะ ซึ่งผลจะมีขนาดยาวประมาณ 60-70 ซม. ควรเก็บเกี่ยวก่อนที่ผลเริ่มแข็งและพองออก ไม่ควรทิ้งให้ผลแก่คาติดต้น เพราจะทำให้ผลผลิตลดลง
การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 ซม. ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ -ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 20-30 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 80 เซนติเมตร สำหรับปลูกแถวเดี่ยว ระยะห่างระหว่างแปลงปลูก 2-2.5 เมตร ระยะระหว่างต้น 1-1.5 เมตร คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 ซม. ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ -ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 20-30 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 80 เซนติเมตร สำหรับปลูกแถวเดี่ยว ระยะห่างระหว่างแปลงปลูก 2-2.5 เมตร ระยะระหว่างต้น 1-1.5 เมตร คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน การย้ายปลูก เมื่อต้นกล้าหรืออายุ 10-12 วัน หรือมีใบจริง2ใบ ให้ย้ายลงแปลงปลูก โดยก่อนย้ายลงแปลง ต้องให้น้ำในแปลงปลูกอย่างเพียงพอ ไม่แห้งหรือแฉะเกินไป (แนะนำให้ย้ายในช่วงเย็นเพื่อให้ต้นกล้าฟื้นตัวในช่วงกลางคืน) **หลังย้ายปลูก 7 วัน ควรรีบทำค้างให้ต้นเลื้อยขึ้น การให้ปุ๋ย ปุ๋ยสูตร 25-7-7 เริ่มให้เมื่อหลังย้ายปลูก 7-10วัน อัตรา 20 กก./ไร่ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เริ่มให้หลังจากให้ปุ๋ยครั้งแรก15วัน และให้ทุกๆ7วันครั้ง เมื่อเริ่มติดผลให้ผสมปุ๋ยสูตร 8-24-24 กับ 15-15-15 อัตราส่วน 1:1 อัตรา 20 กก./ไร่ . การเก็บเกี่ยว เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณ 45-50 วันหลังจากหยอดเมล็ด ควรเลือกเก็บเกี่ยวผลขณะที่ยังอ่อนอยู่ เนื้อผลอ่อนนุ่มได้ขนาดพอเหมาะ ซึ่งผลจะมีขนาดยาวประมาณ 60-70 ซม. ควรเก็บเกี่ยวก่อนที่ผลเริ่มแข็งและพองออก ไม่ควรทิ้งให้ผลแก่คาติดต้น เพราจะทำให้ผลผลิตลดลง
การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1-2 ตัน/ไร่ -ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 20-30 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 80 เซนติเมตร สำหรับปลูกร่องเดี่ยว หรือยกร่องกว้าง 1-1.2 เมตร สำหรับปลูกร่องคู่ ระยะระหว่างต้น 80-100 ซนติเมตร ระหว่างแปลงประมาณ 4-6 มตร คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน การเพาะเมล็ด แช่ด้วยน้ำอุ่น 4-6 ชั่วโมง นำผ้าชุบน้ำและบิดให้หมาด แล้วนำไปห่อเมล็ด นำผ้าที่ห่อเมล็ดไปอบในกระติก แล้วปิดฝา วางไว้ในอุณหภูมิห้อง (ถ้าฤดูหนาวต้องนำไปตากแดด) หลังจากรากงอก 0.5 ซม. นำไปหยอดในถาดเพาะที่เตรียมไว้ โดยหยอดหลุมละ 1 เมล็ด (ควรใช้พีทมอสสำหรับเพาะกล้าโดยเฉพาะ) การดูแลรักษาควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้พีทมอสแห้ง ได้รับแสงแดดเพียงพอ ควบคุมดูแลเรื่องโรคและแมลงที่จะมารบกวน การย้ายปลูก เมื่อต้นกล้าหรืออายุ 10-12 วัน หรือมีใบจริง2ใบ ให้ย้ายลงแปลงปลูก โดยก่อนย้ายลงแปลง ต้องให้น้ำในแปลงปลูกอย่างเพียงพอ ไม่แห้งหรือแฉะเกินไป (แนะนำให้ย้ายในช่วงเย็นเพื่อให้ต้นกล้าฟื้นตัวในช่วงกลางคืน) การให้ปุ๋ย ปุ๋ยสูตร 25-7-7 เริ่มให้เมื่อหลังย้ายปลูก 7-10วัน อัตรา 20 กก./ไร่ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เริ่มให้หลังจากให้ปุ๋ยครั้งแรก15วัน และให้ทุกๆ7วันครั้ง เมื่อเริ่มติดผลให้ผสมปุ๋ยสูตร 8-24-24 กับ 15-15-15 อัตราส่วน 1:1 อัตรา 20 กก./ไร่ . การเก็บเกี่ยว อายุประมาณ 50-55 วัน หรือหลังดอกบาน 5-6 วัน ให้ทยอยเก็บ จะเก็บวันเว้นวัน ไปจนหมดผลผลิต
การเตรียมแปลง ไถตากดินลึกประมาณ 30 ซม. ตากไว้ประมาณ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 25 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 1 เมตร สำหรับปลูกแถวคู่ หรือกว้าง 80 เซนติเมตร สำหรับแถวเดี่ยว ระยะระหว่างแปลง 4-6 เมตร ระยะห่างระหว่างหลุม 80 เซนติเมตร คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน การเพาะเมล็ด แช่ด้วยน้ำอุ่น 4-6 ชั่วโมง ล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาดจนหมดเมือก นำผ้าชุบน้ำและบิดให้หมาด แล้วนำเมล็ดมาห่อในผ้าที่เตรียมไว้ นำผ้าที่ห่อเมล็ดไปใส่ในกระติก หรือกล่องพลาสติกถนอนอาหมาร ปิดฝา วางไว้ในอุณหภูมิห้อง 20-40 ชั่วโมง (ถ้าฤดูหนาวต้องนำไปตากแดด) หลังจากรากงอก 0.5 เซนติเมตร. นำเมล็ดไปหยอดในถาดเพาะที่เตรียมไว้ โดยหยอดหลุมละ 1 เมล็ด (ควรใช้พีทมอสสำหรับเพาะกล้าโดยเฉพาะ) การดูแลรักษาควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้พีทมอสแห้ง ได้รับแสงแดดเพียงพอ ควบคุมดูแลเรื่องโรคและแมลงที่จะมารบกวน การย้ายปลูก เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ 10-12 วัน หรือมีใบจริง 1-2 ใบ ให้ย้ายลงแปลงปลูก โดยก่อนย้ายลงแปลง ต้องให้น้ำในแปลงปลูกอย่างเพียงพอ ไม่แห้งหรือแฉะเกินไป (แนะนำให้ย้ายในช่วงเย็นเพื่อให้ต้นกล้าฟื้นตัวในช่วงกลางคืน) การดูแลรักษา และการให้ปุ๋ย ปุ๋ยสูตร 25-7-7 :15-15-15 ในอัตราส่วน 1:1 หลังย้ายปลูก 5 วัน อัตรา 3-5 กรัม/ต้น ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 หลังย้ายปลูก 15 วัน ประมาณ 3-5 กรัม/ต้น ให้ทุกๆ5วัน ปุ๋ยสูตร 13-13-21 หรือ 8-24-24 ให้ช่วงติดลูก อัตรา3-5 กรัม/ต้น ให้ทุกๆ5วัน จนถึงก่อนเก็บผลผลิต การดูแลรักษา ควรหมั่นตรวจเช็คการระบาดของโรคและแมลงทุกวัน หรือ 1-3 วันและตรวจความผิดปกติของต้นแตงโม การพ่นสารป้องกันกำจัดโรคแมลง หรือธาตุอาหารเสริม ทุก 5-7 วัน ตลอดช่วงการเจริญเติบโต การตัดแต่งแขนงเริ่มตัดเมื่อมีใบจริง 5-6 ใบ เลือกไว้ 4 แขนง จัดเถา เพื่อให้การทำงานได้สะดวกและกระจายเถาให้ได้รับแสงได้เต็มที่ เพื่อลดปัญหาโรคและแมลง การเก็บเกี่ยว แตงไทยมีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 50-55 วัน หบังหยอดเมล็ด การเก็บผลผลิตแตงไทยให้ได้ผลที่หอมอร่อย คือ ปล่อยให้แตงไทยหลุดจากขั้วเอง แล้วพักไว้ 2-3 วัน จึงสามารถรัปประทานได้
การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ -ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 20-30 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 80 เซนติเมตร สำหรับปลูกแถวเดี่ยว ระยะห่างระหว่างแปลงปลูก 1-1.5 เมตร ระยะระหว่างต้น 30 เซนติเมตร คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน การเพาะเมล็ด เตรียมดินสำหรับเพาะเมล็ดใส่ถาดหลุม (ควรใช้พีทมอสสำหรับเพาะกล้าโดยเฉพาะ) นำไปหยอดในถาดเพาะที่เตรียมไว้ โดยหยอดหลุมละ 1-2 เมล็ด แล้วรดน้ำให้ชุ่ม การดูแลรักษาควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้พีทมอสแห้ง ได้รับแสงแดดเพียงพอ ควบคุมดูแลเรื่องโรคและแมลงที่จะมารบกวน การย้ายปลูก เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ 8-10 วัน หรือมีใบจริง 1-2 ใบ ให้ย้ายลงแปลงปลูก โดยก่อนย้ายลงแปลง ต้องให้น้ำในแปลงปลูกอย่างเพียงพอ ไม่แห้งหรือแฉะเกินไป (แนะนำให้ย้ายในช่วงเย็นเพื่อให้ต้นกล้าฟื้นตัวในช่วงกลางคืน) **หลังย้ายปลูก 7 วัน ควรรีบทำค้างให้ต้นเลื้อยขึ้น การให้ปุ๋ย ปุ๋ยสูตร 25-7-7 เริ่มให้เมื่ออายุได้15วัน อัตรา15-20กก./ไร่ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในระยะก่อนออกดอก อัตรา 20-30 กก./ไร่ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 8-24-24 ในระยะที่แตงติดผล ควรใส่วันเว้นวัน อัตรา 20-30 กก./ไร่ การเก็บเกี่ยว เมื่ออายุประมาณ 30-32 วัน หลังหยอดเมล็ด จะเริ่มเก็บแตงวันแรก และเก็บทุกๆวัน หรือวันเว้นวัน อย่าปล่อยให้แก่คาต้น เพราะจะทำให้ต้นโทรมเร็ว ข้อสำคัญในช่วงที่เก็บเกี่ยวอย่าปล่อยให้แตงขาดน้ำ เพราะจะทำให้ผลผลิตไม่สมบูรณ์
การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ -ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 20-30 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 80 เซนติเมตร สำหรับปลูกแถวเดี่ยว ระยะห่างระหว่างแปลงปลูก 1-1.5 เมตร ระยะระหว่างต้น 30 เซนติเมตร คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน การเพาะเมล็ด เตรียมดินสำหรับเพาะเมล็ดใส่ถาดหลุม (ควรใช้พีทมอสสำหรับเพาะกล้าโดยเฉพาะ) นำไปหยอดในถาดเพาะที่เตรียมไว้ โดยหยอดหลุมละ 1-2 เมล็ด แล้วรดน้ำให้ชุ่ม การดูแลรักษาควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้พีทมอสแห้ง ได้รับแสงแดดเพียงพอ ควบคุมดูแลเรื่องโรคและแมลงที่จะมารบกวน การย้ายปลูก เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ 8-10 วัน หรือมีใบจริง 1-2 ใบ ให้ย้ายลงแปลงปลูก โดยก่อนย้ายลงแปลง ต้องให้น้ำในแปลงปลูกอย่างเพียงพอ ไม่แห้งหรือแฉะเกินไป (แนะนำให้ย้ายในช่วงเย็นเพื่อให้ต้นกล้าฟื้นตัวในช่วงกลางคืน) **หลังย้ายปลูก 7 วัน ควรรีบทำค้างให้ต้นเลื้อยขึ้น การให้ปุ๋ย ปุ๋ยสูตร 25-7-7 เริ่มให้เมื่ออายุได้15วัน อัตรา15-20กก./ไร่ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในระยะก่อนออกดอก อัตรา 20-30 กก./ไร่ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 8-24-24 ในระยะที่แตงติดผล ควรใส่วันเว้นวัน อัตรา 20-30 กก./ไร่ การเก็บเกี่ยว เมื่ออายุประมาณ 35-38 วัน หลังหยอดเมล็ด จะเริ่มเก็บแตงวันแรก และเก็บทุกๆวัน หรือวันเว้นวัน อย่าปล่อยให้แก่คาต้น เพราะจะทำให้ต้นโทรมเร็ว ข้อสำคัญในช่วงที่เก็บเกี่ยวอย่าปล่อยให้แตงขาดน้ำ เพราะจะทำให้ผลผลิตไม่สมบูรณ์
การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1-2 ตัน/ไร่ -ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 20-30 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 80 เซนติเมตร สำหรับปลูกร่องเดี่ยว หรือยกร่องกว้าง 1-1.2 เมตร สำหรับปลูกร่องคู่ ระยะระหว่างต้น 80-100 ซนติเมตร ระหว่างแปลงประมาณ 4-6 มตร คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน การเพาะเมล็ด แช่ด้วยน้ำอุ่น 4-6 ชั่วโมง นำผ้าชุบน้ำและบิดให้หมาด แล้วนำไปห่อเมล็ด นำผ้าที่ห่อเมล็ดไปอบในกระติก แล้วปิดฝา วางไว้ในอุณหภูมิห้อง (ถ้าฤดูหนาวต้องนำไปตากแดด) หลังจากรากงอก 0.5 ซม. นำไปหยอดในถาดเพาะที่เตรียมไว้ โดยหยอดหลุมละ 1 เมล็ด (ควรใช้พีทมอสสำหรับเพาะกล้าโดยเฉพาะ) การดูแลรักษาควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้พีทมอสแห้ง ได้รับแสงแดดเพียงพอ ควบคุมดูแลเรื่องโรคและแมลงที่จะมารบกวน การย้ายปลูก เมื่อต้นกล้าหรืออายุ 10-12 วัน หรือมีใบจริง2ใบ ให้ย้ายลงแปลงปลูก โดยก่อนย้ายลงแปลง ต้องให้น้ำในแปลงปลูกอย่างเพียงพอ ไม่แห้งหรือแฉะเกินไป (แนะนำให้ย้ายในช่วงเย็นเพื่อให้ต้นกล้าฟื้นตัวในช่วงกลางคืน) การให้ปุ๋ย ปุ๋ยสูตร 25-7-7 เริ่มให้เมื่อหลังย้ายปลูก 7-10วัน อัตรา 20 กก./ไร่ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เริ่มให้หลังจากให้ปุ๋ยครั้งแรก15วัน และให้ทุกๆ7วันครั้ง เมื่อเริ่มติดผลให้ผสมปุ๋ยสูตร 8-24-24 กับ 15-15-15 อัตราส่วน 1:1 อัตรา 20 กก./ไร่ . การเก็บเกี่ยว อายุประมาณ 80–85 วัน หรือดูบริเวณเปลือกจะขึ้นนวลขึ้นเต็มทั้งผล แสดงว่าแก่จัด การเก็บผลผลิตควรตัดให้มีขั้วติดผล เพื่อความสวยงามและยืดอายุการเก็บรักษาหลังการเก็บเกี่ยว
การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ -ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 20-30 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 1-1.2 เมตร สำหรับปลูกแถวคู่ ระยะห่างระหว่างแถวปลูก 80 เซนติเมตร ระยะระหว่างต้น 40-50 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างแปลงประมาณ 1.5-2 เมตร โดยมีความยาวตามขนาดของพื้นที่ คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน การเพาะเมล็ด แช่ด้วยน้ำอุ่น 4-6 ชั่วโมง นำผ้าชุบน้ำและบิดให้หมาด แล้วนำเมล็ดมาห่อในผ้าที่เตรียมไว้ นำผ้าที่ห่อเมล็ดไปใส่ในกระติก หรือกล่องถนอมอาหาร ปิดฝา วางไว้ในอุณหภูมิห้อง 18-20 ชั่วโมง (ถ้าฤดูหนาวต้องนำไปตากแดด) หลังจากรากงอก 0.5 ซม. นำไปหยอดในถาดเพาะที่เตรียมไว้ โดยหยอดหลุมละ 1 เมล็ด (ควรใช้พีทมอสสำหรับเพาะกล้าโดยเฉพาะ) การดูแลรักษาควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้พีทมอสแห้ง ได้รับแสงแดดเพียงพอ ควบคุมดูแลเรื่องโรคและแมลงที่จะมารบกวน การย้ายปลูก เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ 8-10 วัน หรือมีใบจริง 1-2 ใบ ให้ย้ายลงแปลงปลูก โดยก่อนย้ายลงแปลง ต้องให้น้ำในแปลงปลูกอย่างเพียงพอ ไม่แห้งหรือแฉะเกินไป (แนะนำให้ย้ายในช่วงเย็นเพื่อให้ต้นกล้าฟื้นตัวในช่วงกลางคืน) การให้ปุ๋ย ปุ๋ยสูตร15-0-0 + 15-15-15 ในอัตราส่วน 1:1 ช่วงอายุ 15 วันปริมาณ 1-2 กรัม/ต้น ใช้บำรุงต้นและใบ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ช่วงอายุ 25 วัน ในปริมาณ 2 กรัม/ต้น ปุ๋ยสูตร 13-13-21 ช่วงอายุ 40 วัน ขึ้นไป ปริมาณ 2 กรัม/ต้น ขยายผล และเพิ่มความหวาน (แนะนำให้ฉีดพ่นแคมเซียมโบรอน ทุก5-7วัน) การเก็บเกี่ยว นับอายุตั้งแต่หยอดเมล็ดประมาณ 60-65 วัน สังเกตรอยแตกปริของขั้วผล สังเกตจากสีผิว ถ้าเป็นพันธุ์ผิวเรียบ ผิวจะเป็นมันเรียบสีนวลตามสายพันธุ์ แต่ถ้าเป็นพันธุ์ที่มีตาข่าย จะสังเกตเห็นตาข่าย นูนเด่นชัดเจน สังเกตจากกลิ่น ถ้าเป็นแคนตาลูปพันธุ์ที่มีกลิ่นหอม ถ้าสุกกลิ่นจะเริ่มหอม
การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 25 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 1 เมตร สำหรับปลูกแถวคู่ หรือกว้าง 80 เซนติเมตร สำหรับแถวเดี่ยว ระยะระหว่างแปลง 4-6 เมตร ระยะห่างระหว่างหลุม 80 เซนติเมตร คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน การเพาะเมล็ด แช่ด้วยน้ำอุ่น 4-6 ชั่วโมง ล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาดจนหมดเมือก นำผ้าชุบน้ำและบิดให้หมาด แล้วนำเมล็ดมาห่อในผ้าที่เตรียมไว้ นำผ้าที่ห่อเมล็ดไปใส่ในกระติก หรือกล่องพลาสติกถนอนอาหมาร ปิดฝา วางไว้ในอุณหภูมิห้อง 20-40 ชั่วโมง (ถ้าฤดูหนาวต้องนำไปตากแดด) หลังจากรากงอก 0.5 เซนติเมตร. นำเมล็ดไปหยอดในถาดเพาะที่เตรียมไว้ โดยหยอดหลุมละ 1 เมล็ด (ควรใช้พีทมอสสำหรับเพาะกล้าโดยเฉพาะ) การดูแลรักษาควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้พีทมอสแห้ง ได้รับแสงแดดเพียงพอ ควบคุมดูแลเรื่องโรคและแมลงที่จะมารบกวน การย้ายปลูก เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ 10-12 วัน หรือมีใบจริง 1-2 ใบ ให้ย้ายลงแปลงปลูก โดยก่อนย้ายลงแปลง ต้องให้น้ำในแปลงปลูกอย่างเพียงพอ ไม่แห้งหรือแฉะเกินไป (แนะนำให้ย้ายในช่วงเย็นเพื่อให้ต้นกล้าฟื้นตัวในช่วงกลางคืน) การดูแลรักษา ปุ๋ยสูตร 25-7-7 :15-15-15 ในอัตราส่วน 1:1 หลังย้ายปลูก 5 วัน อัตรา 3-5 กรัม/ต้น ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 หลังย้ายปลูก 15 วัน ประมาณ 3-5 กรัม/ต้น ให้ทุกๆ5วัน ปุ๋ยสูตร 13-13-21 หรือ 8-24-24 ให้ช่วงติดลูก อัตรา3-5 กรัม/ต้น ให้ทุกๆ5วัน จนถึงก่อนเก็บผลผลิต การดูแลรักษา ควรหมั่นตรวจเช็คการระบาดของโรคและแมลงทุกวัน หรือ 1-3 วันและตรวจความผิดปกติของต้นแตงโม การพ่นสารป้องกันกำจัดโรคแมลง หรือธาตุอาหารเสริม ทุก 5-7 วัน ตลอดช่วงการเจริญเติบโต การตัดแต่งแขนงเริ่มตัดเมื่อมีใบจริง 5-6 ใบ เลือกไว้ 4 แขนง จัดเถา เพื่อให้การทำงานได้สะดวกและกระจายเถาให้ได้รับแสงได้เต็มที่ เพื่อลดปัญหาโรคและแมลง การเก็บเกี่ยว แตงโมอ่อนอายุประมาณ 50-55 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้
การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 25 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 1 เมตร สำหรับปลูกแถวคู่ หรือกว้าง 80 เซนติเมตร สำหรับแถวเดี่ยว ระยะระหว่างแปลง 4-6 เมตร ระยะห่างระหว่างหลุม 80 เซนติเมตร คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน การเพาะเมล็ด แช่ด้วยน้ำอุ่น 4-6 ชั่วโมง ล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาดจนหมดเมือก นำผ้าชุบน้ำและบิดให้หมาด แล้วนำเมล็ดมาห่อในผ้าที่เตรียมไว้ นำผ้าที่ห่อเมล็ดไปใส่ในกระติก หรือกล่องพลาสติกถนอนอาหมาร ปิดฝา วางไว้ในอุณหภูมิห้อง 20-40 ชั่วโมง (ถ้าฤดูหนาวต้องนำไปตากแดด) หลังจากรากงอก 0.5 เซนติเมตร. นำเมล็ดไปหยอดในถาดเพาะที่เตรียมไว้ โดยหยอดหลุมละ 1 เมล็ด (ควรใช้พีทมอสสำหรับเพาะกล้าโดยเฉพาะ) การดูแลรักษาควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้พีทมอสแห้ง ได้รับแสงแดดเพียงพอ ควบคุมดูแลเรื่องโรคและแมลงที่จะมารบกวน การย้ายปลูก เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ 10-12 วัน หรือมีใบจริง 1-2 ใบ ให้ย้ายลงแปลงปลูก โดยก่อนย้ายลงแปลง ต้องให้น้ำในแปลงปลูกอย่างเพียงพอ ไม่แห้งหรือแฉะเกินไป (แนะนำให้ย้ายในช่วงเย็นเพื่อให้ต้นกล้าฟื้นตัวในช่วงกลางคืน) การดูแลรักษา ปุ๋ยสูตร 25-7-7 :15-15-15 ในอัตราส่วน 1:1 หลังย้ายปลูก 5 วัน อัตรา 3-5 กรัม/ต้น ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 หลังย้ายปลูก 15 วัน ประมาณ 3-5 กรัม/ต้น ให้ทุกๆ5วัน ปุ๋ยสูตร 13-13-21 หรือ 8-24-24 ให้ช่วงติดลูก อัตรา3-5 กรัม/ต้น ให้ทุกๆ5วัน จนถึงก่อนเก็บผลผลิต การดูแลรักษา ควรหมั่นตรวจเช็คการระบาดของโรคและแมลงทุกวัน หรือ 1-3 วันและตรวจความผิดปกติของต้นแตงโม การพ่นสารป้องกันกำจัดโรคแมลง หรือธาตุอาหารเสริม ทุก 5-7 วัน ตลอดช่วงการเจริญเติบโต การตัดแต่งแขนงเริ่มตัดเมื่อมีใบจริง 5-6 ใบ เลือกไว้ 4 แขนง จัดเถา เพื่อให้การทำงานได้สะดวกและกระจายเถาให้ได้รับแสงได้เต็มที่ เพื่อลดปัญหาโรคและแมลง การเก็บเกี่ยว ให้เลือกเก็บผลที่แก่เหมาะสม เช่น การนับวัน ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับสายพันธุ์แตงโม เช่น การนับวันตั้งแต่วันหยอดเมล็ด การนับวันหลังดอกบาน (23-25วัน หลังดอกบาน)
การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 25 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 1 เมตร สำหรับปลูกแถวคู่ หรือกว้าง 80 เซนติเมตร สำหรับแถวเดี่ยว ระยะระหว่างแปลง 4-6 เมตร ระยะห่างระหว่างหลุม 80 เซนติเมตร คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน การเพาะเมล็ด แช่ด้วยน้ำอุ่น 4-6 ชั่วโมง ล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาดจนหมดเมือก นำผ้าชุบน้ำและบิดให้หมาด แล้วนำเมล็ดมาห่อในผ้าที่เตรียมไว้ นำผ้าที่ห่อเมล็ดไปใส่ในกระติก หรือกล่องพลาสติกถนอนอาหมาร ปิดฝา วางไว้ในอุณหภูมิห้อง 20-40 ชั่วโมง (ถ้าฤดูหนาวต้องนำไปตากแดด) หลังจากรากงอก 0.5 เซนติเมตร. นำเมล็ดไปหยอดในถาดเพาะที่เตรียมไว้ โดยหยอดหลุมละ 1 เมล็ด (ควรใช้พีทมอสสำหรับเพาะกล้าโดยเฉพาะ) การดูแลรักษาควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้พีทมอสแห้ง ได้รับแสงแดดเพียงพอ ควบคุมดูแลเรื่องโรคและแมลงที่จะมารบกวน การย้ายปลูก เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ 10-12 วัน หรือมีใบจริง 1-2 ใบ ให้ย้ายลงแปลงปลูก โดยก่อนย้ายลงแปลง ต้องให้น้ำในแปลงปลูกอย่างเพียงพอ ไม่แห้งหรือแฉะเกินไป (แนะนำให้ย้ายในช่วงเย็นเพื่อให้ต้นกล้าฟื้นตัวในช่วงกลางคืน) การดูแลรักษา ปุ๋ยสูตร 25-7-7 :15-15-15 ในอัตราส่วน 1:1 หลังย้ายปลูก 5 วัน อัตรา 3-5 กรัม/ต้น ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 หลังย้ายปลูก 15 วัน ประมาณ 3-5 กรัม/ต้น ให้ทุกๆ5วัน ปุ๋ยสูตร 13-13-21 หรือ 8-24-24 ให้ช่วงติดลูก อัตรา3-5 กรัม/ต้น ให้ทุกๆ5วัน จนถึงก่อนเก็บผลผลิต การดูแลรักษา ควรหมั่นตรวจเช็คการระบาดของโรคและแมลงทุกวัน หรือ 1-3 วันและตรวจความผิดปกติของต้นแตงโม การพ่นสารป้องกันกำจัดโรคแมลง หรือธาตุอาหารเสริม ทุก 5-7 วัน ตลอดช่วงการเจริญเติบโต การตัดแต่งแขนงเริ่มตัดเมื่อมีใบจริง 5-6 ใบ เลือกไว้ 4 แขนง จัดเถา เพื่อให้การทำงานได้สะดวกและกระจายเถาให้ได้รับแสงได้เต็มที่ เพื่อลดปัญหาโรคและแมลง การเก็บเกี่ยว ให้เลือกเก็บผลที่แกสุกเหมาะสม เช่น การนับวัน ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับสายพันธุ์แตงโม เช่น การนับวันตั้งแต่วันหยอดเมล็ด การนับวันหลังดอกบาน (23-25วัน หลังดอกบาน)
การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 25 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 1 เมตร สำหรับปลูกแถวคู่ หรือกว้าง 80 เซนติเมตร สำหรับแถวเดี่ยว ระยะระหว่างแปลง 4-6 เมตร ระยะห่างระหว่างหลุม 80 เซนติเมตร คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน การเพาะเมล็ด แช่ด้วยน้ำอุ่น 4-6 ชั่วโมง ล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาดจนหมดเมือก นำผ้าชุบน้ำและบิดให้หมาด แล้วนำเมล็ดมาห่อในผ้าที่เตรียมไว้ นำผ้าที่ห่อเมล็ดไปใส่ในกระติก หรือกล่องพลาสติกถนอนอาหมาร ปิดฝา วางไว้ในอุณหภูมิห้อง 20-40 ชั่วโมง (ถ้าฤดูหนาวต้องนำไปตากแดด) หลังจากรากงอก 0.5 เซนติเมตร. นำเมล็ดไปหยอดในถาดเพาะที่เตรียมไว้ โดยหยอดหลุมละ 1 เมล็ด (ควรใช้พีทมอสสำหรับเพาะกล้าโดยเฉพาะ) การดูแลรักษาควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้พีทมอสแห้ง ได้รับแสงแดดเพียงพอ ควบคุมดูแลเรื่องโรคและแมลงที่จะมารบกวน การย้ายปลูก เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ 10-12 วัน หรือมีใบจริง 1-2 ใบ ให้ย้ายลงแปลงปลูก โดยก่อนย้ายลงแปลง ต้องให้น้ำในแปลงปลูกอย่างเพียงพอ ไม่แห้งหรือแฉะเกินไป (แนะนำให้ย้ายในช่วงเย็นเพื่อให้ต้นกล้าฟื้นตัวในช่วงกลางคืน) การดูแลรักษา ปุ๋ยสูตร 25-7-7 :15-15-15 ในอัตราส่วน 1:1 หลังย้ายปลูก 5 วัน อัตรา 3-5 กรัม/ต้น ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 หลังย้ายปลูก 15 วัน ประมาณ 3-5 กรัม/ต้น ให้ทุกๆ5วัน ปุ๋ยสูตร 13-13-21 หรือ 8-24-24 ให้ช่วงติดลูก อัตรา3-5 กรัม/ต้น ให้ทุกๆ5วัน จนถึงก่อนเก็บผลผลิต การดูแลรักษา ควรหมั่นตรวจเช็คการระบาดของโรคและแมลงทุกวัน หรือ 1-3 วันและตรวจความผิดปกติของต้นแตงโม การพ่นสารป้องกันกำจัดโรคแมลง หรือธาตุอาหารเสริม ทุก 5-7 วัน ตลอดช่วงการเจริญเติบโต การตัดแต่งแขนงเริ่มตัดเมื่อมีใบจริง 5-6 ใบ เลือกไว้ 4 แขนง จัดเถา เพื่อให้การทำงานได้สะดวกและกระจายเถาให้ได้รับแสงได้เต็มที่ เพื่อลดปัญหาโรคและแมลง การเก็บเกี่ยว ให้เลือกเก็บผลที่แกสุกเหมาะสม เช่น การนับวัน ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับสายพันธุ์แตงโม เช่น การนับวันตั้งแต่วันหยอดเมล็ด การนับวันหลังดอกบาน (23-25วัน หลังดอกบาน)
การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 25 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 1 เมตร สำหรับปลูกแถวคู่ หรือกว้าง 80 เซนติเมตร สำหรับแถวเดี่ยว ระยะระหว่างแปลง 4-6 เมตร ระยะห่างระหว่างหลุม 80 เซนติเมตร คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน การเพาะเมล็ด แช่ด้วยน้ำอุ่น 4-6 ชั่วโมง ล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาดจนหมดเมือก นำผ้าชุบน้ำและบิดให้หมาด แล้วนำเมล็ดมาห่อในผ้าที่เตรียมไว้ นำผ้าที่ห่อเมล็ดไปใส่ในกระติก หรือกล่องพลาสติกถนอนอาหมาร ปิดฝา วางไว้ในอุณหภูมิห้อง 20-40 ชั่วโมง (ถ้าฤดูหนาวต้องนำไปตากแดด) หลังจากรากงอก 0.5 เซนติเมตร. นำเมล็ดไปหยอดในถาดเพาะที่เตรียมไว้ โดยหยอดหลุมละ 1 เมล็ด (ควรใช้พีทมอสสำหรับเพาะกล้าโดยเฉพาะ) การดูแลรักษาควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้พีทมอสแห้ง ได้รับแสงแดดเพียงพอ ควบคุมดูแลเรื่องโรคและแมลงที่จะมารบกวน การย้ายปลูก เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ 10-12 วัน หรือมีใบจริง 1-2 ใบ ให้ย้ายลงแปลงปลูก โดยก่อนย้ายลงแปลง ต้องให้น้ำในแปลงปลูกอย่างเพียงพอ ไม่แห้งหรือแฉะเกินไป (แนะนำให้ย้ายในช่วงเย็นเพื่อให้ต้นกล้าฟื้นตัวในช่วงกลางคืน) การดูแลรักษา ปุ๋ยสูตร 25-7-7 :15-15-15 ในอัตราส่วน 1:1 หลังย้ายปลูก 5 วัน อัตรา 3-5 กรัม/ต้น ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 หลังย้ายปลูก 15 วัน ประมาณ 3-5 กรัม/ต้น ให้ทุกๆ5วัน ปุ๋ยสูตร 13-13-21 หรือ 8-24-24 ให้ช่วงติดลูก อัตรา3-5 กรัม/ต้น ให้ทุกๆ5วัน จนถึงก่อนเก็บผลผลิต การดูแลรักษา ควรหมั่นตรวจเช็คการระบาดของโรคและแมลงทุกวัน หรือ 1-3 วันและตรวจความผิดปกติของต้นแตงโม การพ่นสารป้องกันกำจัดโรคแมลง หรือธาตุอาหารเสริม ทุก 5-7 วัน ตลอดช่วงการเจริญเติบโต การตัดแต่งแขนงเริ่มตัดเมื่อมีใบจริง 5-6 ใบ เลือกไว้ 4 แขนง จัดเถา เพื่อให้การทำงานได้สะดวกและกระจายเถาให้ได้รับแสงได้เต็มที่ เพื่อลดปัญหาโรคและแมลง การเก็บเกี่ยว ให้เลือกเก็บผลที่แกสุกเหมาะสม เช่น การนับวัน ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับสายพันธุ์แตงโม เช่น การนับวันตั้งแต่วันหยอดเมล็ด การนับวันหลังดอกบาน (23-25วัน หลังดอกบาน)
ผลตรงทรงกระบอก ผลสีเขียวอ่อน ลำต้นแข็งแรง แตกแขนงดี ติดผลดก ผลยาว 15-20 ซม. รสชาติดี มีกลิ่นหอม เก็บเกี่ยวผลผลิตได้นาน ปลูกได้ตลอกปี
ทรัพย์เศรษฐี ดกอดก ดอกใหญ่ กลีบดอกเรียงชิดกัน ก้านดอกยาว แข็งแรงออกดอกต่อเนื่อง เหมาะสำหรับปลูกทุกฤดู ทรงพุ่มกว้าง 65-75 ซม. ขนาดดอก 10-12 ซม. ความสูงต้น 75-95 ซม.
ฝักทรงกระบอก ความยาว 19-21 ซม. จำนวนแถวต่อฝัก 14-16 แถว เมล็ดสีขาวแต้มสีม่วง รสชาติเหนียว นุ่มหวาน (มีเมล็ดหวานแทรก 25% ของฝัก )
ผลรียาว ผลสีครีม ผลแก่ขึ้นลาย เนื้อสีส้ม กรอบ ความหวาน 14-16 บริกซ์ น้ำหนัก 1.8-2.5 กก./ผล
ผลกลมสูง ผิวสีครีม ผลแก่ขึ้นลาย เนื้อสีส้ม กรอบ ความหวาน 13-15 บริกซ์ น้ำหนัก 1.8-2.0 กก./ผล
การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1-2 ตัน/ไร่ -ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 20-30 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 80 เซนติเมตร สำหรับปลูกร่องเดี่ยว หรือยกร่องกว้าง 1-1.2 เมตร สำหรับปลูกร่องคู่ ระยะระหว่างต้น 80-100 ซนติเมตร ระหว่างแปลงประมาณ 4-6 มตร คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน การเพาะเมล็ด แช่ด้วยน้ำอุ่น 4-6 ชั่วโมง นำผ้าชุบน้ำและบิดให้หมาด แล้วนำไปห่อเมล็ด นำผ้าที่ห่อเมล็ดไปอบในกระติก แล้วปิดฝา วางไว้ในอุณหภูมิห้อง (ถ้าฤดูหนาวต้องนำไปตากแดด) หลังจากรากงอก 0.5 เซนติเมตร นำไปหยอดในถาดเพาะที่เตรียมไว้ โดยหยอดหลุมละ 1 เมล็ด (ควรใช้พีทมอสสำหรับเพาะกล้าโดยเฉพาะ) การดูแลรักษาควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้พีทมอสแห้ง ได้รับแสงแดดเพียงพอ ควบคุมดูแลเรื่องโรคและแมลงที่จะมารบกวน การย้ายปลูก เมื่อต้นกล้าหรืออายุ 10-12 วัน หรือมีใบจริง2ใบ ให้ย้ายลงแปลงปลูก โดยก่อนย้ายลงแปลง ต้องให้น้ำในแปลงปลูกอย่างเพียงพอ ไม่แห้งหรือแฉะเกินไป (แนะนำให้ย้ายในช่วงเย็นเพื่อให้ต้นกล้าฟื้นตัวในช่วงกลางคืน) การให้ปุ๋ย ปุ๋ยสูตร 25-7-7 เริ่มให้เมื่อหลังย้ายปลูก 7-10วัน อัตรา 20 กก./ไร่ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เริ่มให้หลังจากให้ปุ๋ยครั้งแรก15วัน และให้ทุกๆ7วันครั้ง เมื่อเริ่มติดผลให้ผสมปุ๋ยสูตร 8-24-24 กับ 15-15-15 อัตราส่วน 1:1 อัตรา 20 กก./ไร่ . อายุการเก็บเกี่ยว แฟง บางระจัน ประมาณ 80-90 วัน หลังหยอดเมล็ด ผลสีขาวนวลแป้ง ทรงกระบอก ยาว 50-80 เซนติเมตร เก็บเกี่ยวผลผลิตได้เร็ว เป็นที่ต้องการของตลาด
การเตรียมแปลง ไถดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 25 กก./ไร่ ไถยกร่องกว้าง 1 เมตร สำหรับปลูกแถวคู่ หรือกว้าง 80 เซนติเมตร สำหรับแถวเดี่ยว ระยะระหว่างแปลง 4-6 เมตร ระยะห่างระหว่างหลุม 80 เซนติเมตร คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน การเพาะเมล็ด แช่ด้วยน้ำอุ่น 4-6 ชั่วโมง ล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาดจนหมดเมือก นำผ้าชุบน้ำและบิดให้หมาด แล้วนำเมล็ดมาห่อในผ้าที่เตรียมไว้ นำผ้าที่ห่อเมล็ดไปใส่ในกระติก หรือกล่องพลาสติกถนอนอาหมาร ปิดฝา วางไว้ในอุณหภูมิห้อง 20-40 ชั่วโมง (ถ้าฤดูหนาวต้องนำไปตากแดด) หลังจากรากงอก 0.5 เซนติเมตร นำเมล็ดไปหยอดในถาดเพาะที่เตรียมไว้ โดยหยอดหลุมละ 1 เมล็ด (ควรใช้พีทมอสสำหรับเพาะกล้าโดยเฉพาะ) การดูแลรักษาควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้พีทมอสแห้ง ได้รับแสงแดดเพียงพอ ควบคุมดูแลเรื่องโรคและแมลงที่จะมารบกวน การย้ายปลูก เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ 10-12 วัน หรือมีใบจริง 1-2 ใบ ให้ย้ายลงแปลงปลูก โดยก่อนย้ายลงแปลง ต้องให้น้ำในแปลงปลูกอย่างเพียงพอ ไม่แห้งหรือแฉะเกินไป (แนะนำให้ย้ายในช่วงเย็นเพื่อให้ต้นกล้าฟื้นตัวในช่วงกลางคืน) การดูแลรักษา ปุ๋ยสูตร 25-7-7 :15-15-15 ในอัตราส่วน 1:1 หลังย้ายปลูก 5 วัน อัตรา 3-5 กรัม/ต้น ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 หลังย้ายปลูก 15 วัน ประมาณ 3-5 กรัม/ต้น ให้ทุกๆ5วัน ปุ๋ยสูตร 13-13-21 หรือ 8-24-24 ให้ช่วงติดลูก อัตรา3-5 กรัม/ต้น ให้ทุกๆ5วัน จนถึงก่อนเก็บผลผลิต -การดูแลรักษา ควรหมั่นตรวจเช็คการระบาดของโรคและแมลงทุกวัน หรือ 1-3 วันและตรวจความผิดปกติของต้นแตงโม -การพ่นสารป้องกันกำจัดโรคแมลง หรือธาตุอาหารเสริม ทุก 5-7 วัน ตลอดช่วงการเจริญเติบโต -การตัดแต่งแขนงเริ่มตัดเมื่อมีใบจริง 5-6 ใบ เลือกไว้ 4 แขนง จัดเถา เพื่อให้การทำงานได้สะดวกและกระจายเถาให้ได้รับแสงได้เต็มที่ เพื่อลดปัญหาโรคและแมลง การเก็บเกี่ยว ให้เลือกเก็บผลที่แก่เหมาะสม เช่น การนับวัน ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับสายพันธุ์แตงโม เช่น การนับวันตั้งแต่วันหยอดเมล็ด การนับวันหลังดอกบาน (23-25วัน หลังดอกบาน)
ผลทรงกระบอกสีม่วง หมวกใหญ่สีเขียว ขั้วยาว ผลยาว 16-18 ซม. ทรงพุ่มใหญ่
การเตรียมแปลง ไถตากดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ -ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 20-30 กก./ไร่ ไถพรวนดินอีกครั้งให้ละเอียด และยกร่องกว้าง 2-3 เมตร ระดับแปลงสูงอย่างน้อย 25-30 เซนติเมตร การเพาะเมล็ด เตรียมดินเพาะกล้าพีทมอสใส่ถาดหลุม เหลือพื้นที่ปากหลุมไว้ประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร นำเมล็ดผักกาดหอมหยอดลงในหลุมปลูก หลุมละ 2-3 เมล็ด แล้วกลบด้วยวัสดุปลูกบางๆ รดให้น้ำตามทันที โดยใช้หัวบัวแบบฝอยละเอียด เพื่อกันการกระจายของเมล็ด หลังเพาะ2-3 วัน เมล็ดเริ่มงอก ดูแลรดน้ำแบบให้ดินชุ่มชื่นและฉีดพ่นน้ำเพื่อลดอุณหภูมิโดยรอบ การย้ายปลูก เมื่อต้นกล้าผักกาดหอม อายุ 20-25 วัน ก็สามารถย้ายลงแปลงปลูก หรือกระถางขนาด 8 นิ้ว ที่เตรียมไว้ได้เลย การให้ปุ๋ย ควรให้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจน เช่น 46-0-0 หรือ 15-0-0 หรือ 15-15-15 ในกรณีที่หาปุ๋ยสูตร 46-0-0,15-0-0 ไม่ได้ ให้หลังย้ายปลูก 5 วัน และให้ทุกๆ5วัน จนถึงก่อนเก็บเกี่ยว การเก็บเกี่ยว เมื่ออายุ 40-45 วัน สามารถเก็บผลผลิตได้เลย อย่าปล่อยแก่เพราะผักจะมีรสขม ทำให้เสียรสชาติ
การเตรียมแปลง ไถตากดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ 7-10 วัน หว่านปูนขาวหรือปูนโดโลไมท์ให้ทั่วแปลงเพื่อปรับสภาพดิน อัตรา 500-1,000 กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-1,500 กก./ไร่ -ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นอัตรา 20-30 กก./ไร่ ไถพรวนดินอีกครั้งให้ละเอียด และยกร่องกว้าง 2-3 เมตร ระดับแปลงสูงอย่างน้อย 25-30 เซนติเมตร การเพาะเมล็ด เตรียมดินเพาะกล้าพีทมอสใส่ถาดหลุม เหลือพื้นที่ปากหลุมไว้ประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร นำเมล็ดผักกาดหอมหยอดลงในหลุมปลูก หลุมละ 2-3 เมล็ด แล้วกลบด้วยวัสดุปลูกบางๆ รดให้น้ำตามทันที โดยใช้หัวบัวแบบฝอยละเอียด เพื่อกันการกระจายของเมล็ด หลังเพาะ2-3 วัน เมล็ดเริ่มงอก ดูแลรดน้ำแบบให้ดินชุ่มชื่นและฉีดพ่นน้ำเพื่อลดอุณหภูมิโดยรอบ การย้ายปลูก เมื่อต้นกล้าผักกาดหอม อายุ 20-25 วัน ก็สามารถย้ายลงแปลงปลูก หรือกระถางขนาด 8 นิ้ว ที่เตรียมไว้ได้เลย การให้ปุ๋ย ควรให้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจน เช่น 46-0-0 หรือ 15-0-0 หรือ 15-15-15 ในกรณีที่หาปุ๋ยสูตร 46-0-0,15-0-0 ไม่ได้ ให้หลังย้ายปลูก 5 วัน และให้ทุกๆ5วัน จนถึงก่อนเก็บเกี่ยว การเก็บเกี่ยว เมื่ออายุ 40-45 วัน สามารถเก็บผลผลิตได้เลย อย่าปล่อยแก่เพราะผักจะมีรสขม ทำให้เสียรสชาติ
ทรงพุ่มใหญ่ ต้นสูงปานกลาง ติดผลดก ผลทรงหยดน้ำ สีเขียวอ่อนสลับลายขาว หมวกผลใหญ่ สีเขียวสวย เนื้อกรอบ รสชาติดี แก่ช้า แข็งแรง ต้านทานโรคได้ดี
ลำต้นแข็งแรง ต้านทานโรค ขึ้นค้างเก่ง แตกแขนงเยอะ ติดผลดก ผิวสีเขียวนวลเข้ม ทรงกระบอก เนื้อหนา ไส้เล็ก ผลยาว 18-20 ซม.
ลำต้นแข็งแรง ขึ้นค้างเก่ง แตกแขนงดี ผลสีเขียว ไหล่ผลสีเขียวเข้ม ติดลูกดกสม่ำเสมอ เนื้อแน่น เนื้อหนา ผลยาว 10-12 ซม. ต้านทานโรคพืชได้ดี
ผลทรงกระบอก เปลือกสีเขียว สลับแถบลายสีเขียวเข้ม เนื้อสีเหลือง เนื้อแข็งกรอบ ขนาดผล 6-8 ซม. ความหวาน 13-15 บริกซ์
ฟักทองลายข้าวตอก เนื้อแน่นหวานมัน น้ำหนัก3-5 กก.
แตงโมลูกผสม ลูกใหญ๋ ผลทรงยาวรี ผิวสีเขียวเข้ม ลายเส้นสีดำชัดเจน เนื้อแน่นสีแดงเข้ม หวานกรอบ เปลือกบางแต่แข็ง ขนาดผล 6-8 กก. ความหวาน 13-15 บริกซ์
ผลกลมรี ผิวสีเหลือง ขั้วยาวและเหนียว เนื้อสีส้ม รสชาติหวานกรอบ อร่อย มีกลิ่นหอม แข็งแรง ความหวาน 13-15 บริกซ์ น้ำหนักผล 1.5-2.0 กก.
พันธุ์พริกขี้หนูสีขาว ผลสีขาวอมเขียวอ่อน ผลสุกสีส้มแดง น้ำหนักดี ผลยาว 7-9 ซม.
ติดผลดก ผลตรงยาว 14-16 ซม. ผลสีขาวอมเขียว ผิวเรียบมันวาว เนื้อหนา
ติดผลดก ผลตรงยาว 15-16 ซม. ผลสีเขียวผิวเรียบมันวาว เนื้อหนา น้ำหนักดี ทนโรค
ฝักใหญ่ เหนียวนุ่ม หวานอร่อย
ผลกลมรี ผิวสีเหลือง ขั้วยาวและเหนียว เนื้อสีขาวอมเขียว รสชาติหวานกรอบ มีกลิ่นหอม แข็งแรง ความหวาน 13-15 บริกซ์ น้ำหนักผล 1.5-2.0 กก.
ผลกลมผิวตาข่ายละเอียด เนื้อสีส้ม กลิ่นหอมหวาน ความหวาน 12-15 บริกซ์ น้ำหนัก 2-3 กก.
ฝักเรียวยาว มีห้าเหลี่ยม ผิวสีเขียวอ่อน ทนต่อโรคไวรัสได้ดี ปลูกได้ตลอดปี
ลำต้นแข็งแรง แตกแขนงดี ผลสีเขียวเข้ม หัวท้ายแหลม ผิวขรุขระ ทางน้ำถี่และเล็ก ติดผลดกมาก ผลยาว 18-20 ซม. ต้านทานโรคได้ดี
แตงโมลูกผสม ผลทรงยาวรี ผิวสีเขียวเข้ม มีลายสีเขียวเข้มดำ เปลือกบางแต่เหนียว เนื้อแน่นละเอียด สีเหลืองส้ม ไส้ไม่แตก ความหวาน 12-14 บริกซื น้ำหนักผล 3-5 กก. ทนทานต่อการขนส่ง
ผลยาวตรง ทรงกระบอก น้ำหนักดี ผลสีเขียวเข้มดำ ความยาวผล 55-60 ซม. ต้นแข็งแรง ให้ผลผลิตสูง รสชาติหวาน
ผลกลมรี สีแดงสด รสหวานอมเปรี้ยว ติดผลดกเป็นช่อยาว เนื้อหนา เมล็ดน้อยมาก แข็วแรง ทนร้อน ต้านทานโรคได้ดี
ลำต้นแข็งแรง แตกแขนงดี ผลสีเขียวหยก หัวท้ายแหลม ผิวขรุขระ ทางน้ำถี่และเล็ก ติดผลดกมาก ผลยาว 10-12 ซม. ต้านทานโรคได้ดี
ลำต้นแข็งแรง แตกแขนงดี ผลสีเขียวนวลสวย ทรงกระบอก หวานกรอบ ติดผลดกสม่ำเสมอ ผลยาว 12-14 ซม. ต้านทานโรคพืชได้ดี
ลำต้นแข็งแรง ขึ้นค้างเก่ง ผลสีเขียว ไหล่เขียวเข้ม ทรงกระบอก ติดผลดก เนื้อหนาไส้เล็ก ผลยาว 18-20 ซม. ต้านทานโรคพืชได้ดี
ผลทรงกลมแป้น สีเขียวนวล เนื้อหนามีกลิ่นหอม ลำต้นแข็งแรง ติดผลเร็วและดก น้ำหนัก 2.0-2.5 กก. ทนทานต่อโรคได้ดี
ดาวเรืองลูกผสมสีเหลืองส้มต้นสูง ดอกใหญ่ กลีบดอกซ้อนกันแน่น ขนาดดอก 8-10 ซม. ให้จำนวนดอกมาก ความสูงต้น 70-100 ซม. เหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้กระถาง และตัดดอกจำหน่าย
ดาวเรืองลูกผสมสีเหลืองทอง ดอกทรงกลม กลีบดอกซ้อนกันแน่น ให้จำนวนดอกมาก ขนาดดอก 7-9 ซม. ความสูงต้น 30-35 ซม. ข้อถี่แข็งแรงไม่หักล้มง่าย เหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้กระถาง
ลักษณะผิวตาข่าย สีครีม เนื้อสีเขียว มีความหวาน 14-16 บริกซ์ น้ำหนัก 1.8-2.5 กก. ต่อผล ทนทานต่อโรคไวรัส และโรคราน้ำค้างได้ดี
ลำต้นแข็งแรง แตกแขนงดี ผลตรงสีเขียวนวล ติดผลดกสม่ำเสมอ ยาวประมาณ 38-42 ซม. เก็บผลผลิตได้เร็ว ต้านทานโรคได้ดี
ผลกลมรีสีขาวครีม ขั้วเหนียว ติดผลง่ายสม่ำเสมอ เนื้อหนาสีส้ม หวานกรอบ มีกลิ่นหอม ความหวาน 14-17 บริกซ์ น้ำหนัก 1.5-2.0 กก. ปลูกได้ตลอดปี สามารถเก็บผลผลิตได้นาน
แตงโมลูกผสม ผลทรงยาวรี ผิวเข้มลายดำชัดเจน ติดผลดกสม่ำเสมอ เนื้อแน่นละเอียดแดงจัด หวานกรอบ ความหวาน 13-15 บริกซ์ น้ำหนักผล 4-6 กก. เปลือกบางแต่แข็ง ทนต่อการขนส่ง ปลูกได้ตลอดปี
ผลทรงยาวรี เปลือกสีเขียวสด แถบลายสีเขียวเข้ม เนื้ออน่นอแข็งสีเหลือง หวานกรอบ ขนาดผล6 -9 กก. ความหวาน 12-14 บริกซ์ ต้านทานโรคได้ดี สามารถปลุกได้ทุกฤดู
ผลทรงกลมรี เปลือกสีเขียวอ่อน มีลายสีเขียวเข้ม ติดผลดกสม่ำเสมอ เนื้อแน่นแดงจัด ไส้ไม่แตก ต้านทานโรคพืชได้ดี ขนาดผล 3-4 กก. ความหวาน 12-14 บริกซ์
แตงโมลูกผสม ผลโตทรงกลมรี เนื้อแน่นละเอียด แดงจัด หวานกรอบ ไส้ไม่แตก เปลือกบางแต่แข็ง ทนทานต่อการขนส่ง ขนาดผล 3-5 กก. ความหวาน 12-14 บริกซ์
เทคนิคการปลูกแตงกวา ง่ายๆไม่ยุ่งยาก
วิธีการปลูกแตงร้าน ไชยา
ต้นสูงปานกลาง พุ่มใหญ่ ผลทรงหยดน้ำ ขั้วยาว หมวกหนา ผลสีเขียวเข้ม สลับลายสีเขียวอ่อน เนื้อกรอบหวาน รสชาติดี ติดผลดก ลำต้นแข็งแรง แตกแขนงดี
ทรงพุ่มใหญ่ ต้นสูงปานกลาง ติดผลดก ผลทรงหยดน้ำ สีเขียวอ่อนสลับลายขาว หมวกผลใหญ่ สีเขียวสวย เนื้อกรอบ รสชาติดี แก่ช้า แข็งแรง ต้านทานโรคได้ดี
ต้นสูงปานกลาง พุ่มใหญ่ สีเขียวมันวาว เนื้อนุ่ม รสชาติดี ติดผลดก ความยาว 30-35 ซม. แข็งแรง ต้านทานโรคได้ดี
ผลรูปทรงไข่ สีแดงอมชมพู เปลือกหนา เนื้อแน่น ขั้วเหนียว ติดผลดก ลำต้นแข็งแรง ต้านทานโรคได้ดี เก็บผลผลิตได้เร็ว
บวบเหลี่ยมลูกผสม ลำต้นแข็งแรง แตกแขนงดี ผลตรง สีเขียวสด คอผลใหญ่ เนื้ออ่อนนุ่ม รสชาติดี ติดผลดก สม่ำเสมอ ผลยาว 40-45 ซม.
ทรงผลแป้น สีเขียวเข้ม ผิวคางคก เนื้อแน่นแหนา มันจัดสีเหลืองเข้ม พูใหญ่ชัดเจน น้ำหนัก 5-7 กก. แข็งแรง ต้านทานโรคได้ดี
ลำต้นแข็งแรง แตกแขนงดี ติดผลดกมาก ผลสีเขียวอ่อน ไหล่เขียวเข้ม ทรงกระบอก เนื้อกรอบอร่อย ผลยาว 9-10 ซม. ต้านทานโรคพืชได้ดี
ลำต้นแข็งแรง แตกกิ่งก้านดี ทรงพุ่มใหญ่ ติดผลดกสม่ำเสมอ ผลชูเหนือทรงพุ่ม ผลสีเขียว-เขียวเข้ม ผลสุกสีแดงสด เนื้อหนา น้ำหนักดี ยาว 7-8 ซม.
ต้นสูงปานกลาง ทรงพุ่มกว้าง ติดผลดก ผลสีเขียวเข้ม-ดำ ผลสุกสีแดงจัด ผิวเรียบเป็นมัน เนื้อหนา ผลยาว 11-13 ซม. ปลูกได้ตลอดปี
ฝักใหญ่สวย ทรงกระบอก เมล็ดสีเหลืองครีม แกนฝักเล็ก เมล็ดเรียงแถวติดสุดถึงปลายฝัก รสชาติหวาน อร่อย ให้ผลผลิตสูง ต้านทานโรคและแมลง
ลักษณะลำต้นแข็งแรง ฝักใหญ่สม่ำเสมอ เปลือกบางสีเขียว เมล็ดสีขาวนวล เหนียวนุ่ม หวานอร่อย ให้ผลผลิตต่อไร่สูง ต้านทานโรคได้ดี
เทคนิคการปลูกแตงกวา มีชัย 285
เทคนิคการปลูกมะระจีน เฉินหลง
คำถามที่ว่า “กินอย่างไรจึงจะดีต่อสุขภาพ” เป็นคำถามยอดฮิตที่หลายๆ คนอยากรู้ แต่คำตอบนั้นมีหลากหลายทั้งการกินคลีน การกินผักผลไม้ แต่คำตอบจริงๆ แล้วนั้นขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง จะกินให้ดีต่อสุขภาพของตัวเอง...ก็ต้องรู้ว่าตัวเองนั้นต้องการอะไร แต่หากอยากรู้ว่าผักชนิดใดที่ดีต่อสุขภาพ เรามีผักอยู่ชนิดหนึ่งที่บอกคุณได้ว่ากินอย่างไรจึงจะสุขภาพดี...ผักที่ว่านั้นก็คือ
ปัจจุบัน พฤติกรรมในการบริโภคแตงกวาของคนไทย จะแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ “แตงกวาผลสั้น” ซึ่งจะมีความยาวของผลเฉลี่ยจากหัวถึงท้าย ประมาณ 10-12 เซนติเมตร อีกกลุ่มหนึ่งคือ “แตงกวาผลยาว” จะมีความยาวของผล ตั้งแต่ 15 เซนติเมตร ขึ้นไป เช่น แตงร้าน เป็นต้น ภาพรวมของสายพันธุ์แตงกวาที่ดี ว่า “มีเนื้อแน่น เมล็ดลีบ รสชาติอร่อย วางขายอยู่ในตลาดได้นานในสภาพอุณหภูมิปกติ เป็นสายพันธุ์ที่มีความทนทานต่อโรค และปรับตัวกับสภาพแวดล้อมได้ดี” งานพัฒนาสายพันธุ์แตงกวาในบ้านเรามีความก้าวหน้าไปมาก และเมล็ดพันธุ์แตงกวาที่วางขายในท้องตลาด ซึ่งเกือบทั้งหมดผลิตโดยภาคเอกชนจะเป็นลูกผสมทั้งหมด ซึ่งจะมีความแน่นอนในเรื่องของผลผลิต ไม่เกิดความแปรปรวนเหมือนกับพันธุ์ผสมเปิด
ผักบุ้งจีน เป็นพืชผักที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวไทยมาช้านาน เนื่องจากมีลำต้น อวบ ตรงใหญ่ มีสีสันน่าทาน ทั้งยังเป็นพืชที่เพาะปลูกง่าย ขายได้ตลอดทั้งปี
ไปหาคำตอบกับเกษตรกรยุคใหม่....
มาดูสูตรไล่เพลี้ยและแมลงจาก ยางกล้วย
ทุกท่านทราบไหมว่า การใส่ปุ๋ยคอกต่างๆ แบบผิดหรือไม่รู้วิธี เหมือนสุมไฟให้ต้นไม้
ส่วนตัวคิดว่า ยากที่สุดของการปลูกผัก คือ ลดอัตราการสูญเสียของเมล็ดพันธุ์นี้เเหละครับ
ประโยชน์ของแตงโม
แคนตาลูปมีลักษณะไกล้เคียงกับแตงไทยมากแต่เนื้อและกลิ่นร่วมถึงรสชาติจะต่างกันชาวบ้านจึงนิยมเรียกกันในชื่อแตงเทศนั้นเอง นอกจากความอร่อยหอมหวานแล้ว ยังมีสรรพคุณและโประโยชน์อีกมากมายอีกด้วยมาดูกันครับว่าเพราะอะไรสาวๆและเด็กๆจึงนิยมหาซื้อมารับประทานกัน
ถ้าจะพูดถึงวิธีบำรุงผิวพรรณแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดกับผลลัพธ์ที่ต้องการคือความเปล่งปลั่งความสดใสของผิวซึ่งท่านสามารถที่จะหาวิธีมาบำรุงผิวพรรณของท่านด้หลายวิธื วันนี้กระผมก็ขอเสนอ เจ้ามะเขือเทศไว้ในอ้อมกอดอ้อมใจนะครับ
สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทยแนะการดูแลเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์
อยากผิวขาวใส มีออร่าเหมือนผิวดารา ขอบอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิด วันนี้ขอแนะนำเคล็ดลับผิวสวยด้วยการทานผลไม้ดีมีประโยชน์ 10 ชนิด คุณจะรู้ว่าไม่ใช่แค่ทาครีมเท่านั้นที่จะช่วยให้ผิวขาว แต่การทานผลไม้บางชนิดก็ช่วยให้ผิวขาวใสได้เหมือนกัน
เกษตรกรที่ปลูกพืชต้องประสบปัญหาหลากหลาย อาทิ ฝนทิ้งช่วง ฝนแล้ง ฝนตกหนักติดต่อกันจนน้ำท่วม ดินโคลนถล่ม วัชพืช โรคแมลง นก หนู ในเรือกสวนไร่นา แล้วยังมีแมลง นก หนู ตามมาทำลายพืชผลในยุ้งฉางอีกด้วย ทำให้สูญเสียรายได้โดยไม่รู้ตัว เพราะนึกไม่ถึง จึงไม่ใส่ใจเท่าที่ควร
ฟักทองเป็นพืชที่มีความเหมาะสมในการปลูกช่วงหลังการทำนา เกษตรกรจะประสบความสำเร็จในการผลิตฟักทองให้ได้คุณภาพ จึงต้องศึกษาถึงลักษณะนิสัยของพืชชนิดนี้ ตั้งแต่การปลูกจนถึงการเก็บเกี่ยว การเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม การเตรียมดินก่อนปลูก การให้น้ำ-ปุ๋ย ตลอดจนปัญหาของโรค-แมลงศัตรู เพื่อจะได้หาวิธีป้องกันกำจัด และได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ
สำหรับปีนี้ อากาศที่ร้อนอบอ้าวต่อจากนี้ไปน่าจะร้อนเกือบทั้งปี ทั้งนี้ เพราะสิ่งแวดล้อมที่ขาดความสมดุลของธรรมชาติ อากาศที่ร้อนอบอ้าวเช่นนี้ ก็ทำให้เราอดที่จะคิดถึงผลไม้ชนิดหนึ่ง ที่ชื่อว่า “แตงโม” ไม่ได้ ถ้าได้รับประทานแตงโมสักชิ้นสองชิ้นก็คงช่วยบรรเทาดับความกระหาย คลายร้อน ได้อย่างวิเศษ
ภารกิจการคัดเลือกสายพันธุ์ของนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ในธุรกิจเมล็ดพันธุ์ ในทุกธุรกิจ
เคยสงสัยการบ้างไหม ว่าทำไมเหล่านักโภชนการทั่วโลกต่างออกมาพูดเป็นสีเดียวกันว่า หากอยากมีสุขภาพที่ดี ก็ควรทานผักผลไม้ให้ครบทั้ง 5 สี การทานผักผลไม้ 5 สี มีดีอย่างไรนั้น วันนี้เรามีคำตอบให้
เป็นที่ทราบกันดีว่าการลดน้ำหนักจะต้องทานผักเเละผลไม้เป็นหลัก เเละหนึ่งในผักที่ประโยชน์รอบด้านทั้งการลดน้ำหนักเเละการดูเเลผิวพรรณคงจะหนีไม่พ้น “มะเขือเทศ”
คนไทยถือว่าโชคดีที่มีทั้งอาหาร พืชผักและผลไม้หลายชนิดให้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้อน หน้าแล้ง หน้าฝนตก น้ำหลาก ผักก็ไม่เคยขาดตลาด หาได้ง่ายและราคาถูกกว่าอาหารอื่นๆ การบริโภคผักหลากหลายชนิดทำให้ได้สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายหลายอย่าง แตกต่างกันไป อาจจะแนกด้วย สี หรือ สารอาหารก็ได้
สารพฤกษเคมี หรือ ไฟโตนิวเทรียนท์ (อังกฤษ: Phytochemical หรือ Phytonutrients) หมายถึง สารเคมีที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพที่พบเฉพาะในพืช สารกลุ่มนี้อาจเป็นสารที่ทำให้พืชผักชนิดนั้นๆ มีสี กลิ่นหรือรสชาติที่เป็นลักษณะเฉพาะตัว
ทางสายลดน้ำหนักเเละสุขภาพการทานผักผลไม้ถือว่าเป็นเรื่องหลักที่เราต้องพบเจอทุกวัน เเต่รู้ไว้ใช่ว่าจะได้ระวัง เรื่องของสารพิษบนเปื้อนที่อยู่ในผักว่าผักอะไรบ้างที่มักตรวจพบสารพิษบนเปื้อนมากที่สุด
ผักสดผลไม้ที่วางขายในท้องตลาดส่วนใหญ่ จะมีสารพิษของสารเคมีป้องกันและกำจัดกำจัดศัตรูพืชตกค้างอยู่สารพิษจะเกาะกับผิวบางส่วนจะแทรกซึมเข้าในเนื้อเยื่อของพืช ผู้บริโภคไม่สามารถมองเห็นสารพิษที่ติดมากับผักผลไม้
มันคืออะไร กินได้หรือไม่ มีใครเคยสงสัยกันบ้าง เมื่อคุณรู้คำตอบมั่นใจว่าจะต้อง อึ้ง!!
แตงกวา ผักพื้นบ้านที่ทุกคนรู้จัก หาซื้อง่าย และใช้ประกอบอาหารได้หลายอย่าง คุณรู้หรือไม่ว่าแตงกวามีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด เรามาดูกันว่ามีอะไรกันบ้าง!!!
เพื่อหาแตงโมที่อร่อยที่สุดเท่าที่จะหาได้ เราก็ต้องรู้ 4 วิธีเลือกซื้อแตงโม ตามนี้เลย!!!!
ปัจจัยที่มีผลต่อการงอกของเมล็ดพันธุ์ Factors Affecting The Germination Of Seeds.
มะนาว เป็น พืชเศรษฐกิจอีกอย่างที่น่าสนใจ เพราะปัจจุบันมีความต้องการสูงอีกทั้งราคาก็ดี ใครสนใจอยากจะปลูกมะนาวขายหรือลองปลูกไว้กินเอง เรามีวิธีการ การขยายพันธุ์มะนาวด้วยใบ ตามแบบฉบับของ ครูติ่ง มาให้ลองได้ศึกษาและลองทำดู ซึ่งสามารถขยายพันธุ์มะนาวได้ทีละมากๆด้วยวิธีการขยายพันธุ์มะนาวด้วยใบ
เกษตรกรทั้งหลาย วันนี้แอดมินมัวิธีตอนกิ่งต้นมะละกะที่ทำยังไงให้ต้นเตี้ย ผลสวย และดก พลาดไม่ได้ไปดูกันเลย
น้ำแคนตาลูป นอกจากดื่มแก้กระหายคลายร้อน ช่วงเดือนเมษายนได้อย่างดีแล้ว ยังช่วยลดไข้ เพราะแคนตาลูปเป็นผลไม้เย็น ส่วนน้ำตาลและเอ็นไซม์ที่มีอยู่ในแคนตาลูป ยังช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการอักเสบของลำไส้ และบรรเทาอาการท้องปั่นป่วนจากการรับประทานอาหารไม่ตรงตามเวลาได้ค่ะ
การปลูกแตงโม,การปลูกแตงโมกินรี,การปลูกแตงโมโตปิโด
แคนตาลูป เป็นพืชที่ชอบ อากาศอบอุ่นถึงร้อน อุณหภูมิที่เหมาะสม สำหรับการเจริญเติบโต อยู่ระหว่าง 25-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิที่เหมาะสำหรับ การงอกของราก แคนตาลูป อยู่ระหว่าง 25-30 องศาเซลเซียส
แตงโมถ้าฉีดสีหรือน้ำตาลเข้าไปจะเสียภายใน 1 วัน ประโยชน์ของแตงโม
การจำแนกพันธุ์ผักตามฤดูปลูก
การปลูกข้าวโพดโดยวิธีการไม่เผาเศษพืชและเหลื่อมด้วยพืชตระกูลถั่ว
ลักษณะพันธุ์พริก ชุปเปอร์แช่บ เป็นพันธุ์ที่มีทรงพุ่มใหญ่ การแตกแขนงดีร่วมทั้ง การต่อยอดดีมาก การติดผลดก ลักษณะผลดิบมีสีเขียว-เขียวเข้ม ผลสุกสีแดงสม่ำเสมอ ผลผลิตสดเก็บไว้ได้นาน ต้านทานได้ดี อายุการเก็บเกี่ยว 60-65 วันหลังย้ายกล้าปลูก
How to grow Watermelons: 10 Steps with (Pictures)
การปรับปรุงพันธุ์พืช Plant Breeding
รวบรวมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร เทคนิคการเพาะเมล็ดพันธุ์ และการเพิ่มผลผลิต บริษัท แอ๊ดว้านซ์ซีดส์ จำกัด